ประวัติพระราชสีมาภรณ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 12 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 112

สรุปเนื้อหา

มาภรณ์ เดิมชื่อโอภาส โรจนฉิมพลี เกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บิดามารดาชื่อนายปั่น-1 ปั่น-นางมา โรจน ฉิมพลี มีพี่น้องด้วยกัน 5 คน เป็นชาย ๕ คน หญิง 9 คน ท่าน เป็นบุตรคนโต สินใจอย่างเด็ดขาด มุ่งสร้างประโยชน์ การอื่น ๆ ก็ล้มเหลวหมดตามกัน ให้แก่ชุมชนบ้านเกิด ด้วยการเป็น ถ้าการปกครองดำเนินไปด้วยดี การ ครูสอนพระปริยัติธรรม โดยเริ่มตั้ง อื่นก็มีทางเจริญก้าวหน้าตามกันไป แต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่วัดตะกุด (แต่ท่าน ด้วย ขอให้ปกครองตัวเองให้ได้ก่อน จำพรรษาที่วัดงิ้ว) เป็นครูสอนบาลี แล้วจะพบความสำเร็จในการปกครอง และนักธรรมอยู่ประมาณ ๑ ปี พอในปี ผู้อื่น ผู้ปกครองที่ดีต้องมีศีลาจารวัตร พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงได้ย้ายมารับหน้าที่ เรียบร้อยดีงาม การงานจึงจะสัม จากครอบครัวที่มีฐานะปาน เป

หัวข้อประเด็น

- ประวัติพระราชสีมาภรณ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มาภรณ์ เดิมชื่อโอภาส โรจนฉิมพลี เกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บิดามารดาชื่อนายปั่น-1 ปั่น-นางมา โรจน ฉิมพลี มีพี่น้องด้วยกัน 5 คน เป็นชาย ๕ คน หญิง 9 คน ท่าน เป็นบุตรคนโต สินใจอย่างเด็ดขาด มุ่งสร้างประโยชน์ การอื่น ๆ ก็ล้มเหลวหมดตามกัน ให้แก่ชุมชนบ้านเกิด ด้วยการเป็น ถ้าการปกครองดำเนินไปด้วยดี การ ครูสอนพระปริยัติธรรม โดยเริ่มตั้ง อื่นก็มีทางเจริญก้าวหน้าตามกันไป แต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่วัดตะกุด (แต่ท่าน ด้วย ขอให้ปกครองตัวเองให้ได้ก่อน จำพรรษาที่วัดงิ้ว) เป็นครูสอนบาลี แล้วจะพบความสำเร็จในการปกครอง และนักธรรมอยู่ประมาณ ๑ ปี พอในปี ผู้อื่น ผู้ปกครองที่ดีต้องมีศีลาจารวัตร พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงได้ย้ายมารับหน้าที่ เรียบร้อยดีงาม การงานจึงจะสัม จากครอบครัวที่มีฐานะปาน เป็น รักษาการเจ้าอาวาสวัดพรหมราช ฤทธิผล” กลาง และเป็นสัมมาทิฐิ มีความ โดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้บริหารวัด ผู้ พระเดชพระคุณพระราชสี สัมพันธ์ใกล้ชิดวัด ใกล้ชิดพระพุทธ จัดการการศึกษา และครูสอนพระ มาภรณ์ ท่านมีประสบการณ์ใน ศาสนามาตลอดหลายชั่วอายุคน ปริยัติธรรม ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ การปกครองทั้งในฐานะเจ้าอาวาส ญาติผู้ใหญ่บางท่านก็เป็นถึงสมภาร เพียง ๒๔ ปีเท่านั้น เจ้าวัดก็มี เหตุนี้จึงทำให้เด็กชาย โอภาส มีความคุ้นเคยและรักใน พระพุทธศาสนามาตั้งแต่เยาว์วัย และ เป็นเหตุทำให้ชีวิตของท่านหันเหเข้า สู่เส้นทางธรรมในที่สุด "หลังจากจบการศึกษา ประถมปีที่ ๔ แล้ว อาตมาก็เลือก ที่จะหันเหชีวิตเข้ามาในสายทางธรรม เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด มา เข้ามาบวชเรียน ซึ่งก็เพราะอาตมา ชอบเรียนรู้ศึกษาธรรมะมาแต่ไหน แต่ไรแล้ว อีกทั้งครอบครัวของ อาตมาก็มีความใกล้ชิดวัด ใกล้ชิด พระอยู่แล้ว จึงรักและศรัทธาใน ทางสายนี้มาตั้งแต่เด็ก วัดพระพรหมราช ท่ามกลางแมกไม้อันสงบรื่นรมย์ น่าประพฤติปฏิบัติธรรม วัดพรหมราชในขณะนั้นมี เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ด้วยมี เมื่อพระเดชพระคุณท่าน สภาพทรุดโทรมมาก ทั้งโบสถ์ ประสบการณ์มากในด้านนี้นี่เอง ท่าน ได้เข้ามาบวชแล้ว ก็ได้ฉายแววแห่ง ศาลาอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้ ท่าน จึงเล็งเห็นความสำคัญของการบริหาร อัจฉริยภาพ จนครูบาอาจารย์สนับ จึงเริ่มพัฒนาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา งานคณะสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง โดยว่า สนุนส่งเสริมให้เรียนในระดับชั้นที่ จากพระหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น เป็นพระนักปกครองผู้มีฝีมือเยี่ยม อุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อพระศาสนา รูปหนึ่งทีเดียว สูง ๆ ขึ้น เมื่อจบเปรียญธรรมประโยค เป็นสำคัญนี้ จึงทำให้ท่านได้รับ ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติ 5 ที่วัดทองนพคุณ กรุงเทพฯแล้ว ความไว้วางใจจากพระเถระผู้ใหญ่ ของนักปกครองที่เพียบพร้อม และ ท่านก็คิดอยากกลับบ้านเกิดเพื่อมา ให้ได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานต่าง ๆ สามารถประสบความสำเร็จได้ โดย รับใช้ครูบาอาจารย์ แต่ใจหนึ่งก็ มากขึ้นตามลำดับ อยากเรียนต่อ แต่เมื่อกลับมาแล้ว นักปกครองจะต้องหลีกเลี่ยงในสิ่ง ต่อไปนี้ “ถ้าการปกครองล้มเหลว ประการที่ ๑ การปล่อย ตัวให้ตกเป็นทาสของความรักหรือ เห็นสภาพทางบ้านเกิด ขาดแคลน หลักของพระนักปกครอง ครูสอนพระปริยัติธรรม ท่านจึงตัด ๔๖ ก ล ย า ณ ม ต ร ธันวาคม ๒๕๓๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More