ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่ไม่ข้องแวะด้วยสตรีเพศ
"ทำไมศาสวัตจึงไม่บวชเสีย?”
ศีขรินว่า "เมื่อตั้งใจจะประพฤติพรหมจรรย์
ตลอดชีวิตก็บวชเสียให้รู้แล้วไป
"การบวช และยินดีในบรรพชา
เป็นของยาก ไม่ง่ายอย่างที่คนทั้งหลาย
เข้าใจ” ศาสวัตตอบ "พระพุทธเจ้า
ศาสดาแห่งพระพุทธศาสนาตรัสไว้ว่า การ
บวชเป็นของยาก การยินดีพอใจในการ
บวชนั้นก็เป็นของยาก การครองเรือนที่
ครองไม่เป็นทำให้เกิดทุกข์ การร่วมอยู่
ด้วยคนพาลเป็นเหตุนำทุกข์มาให้ การ
ประพฤติความดีแบบอาคาริกมุนี เป็นทาง
สะดวกสำหรับผู้มีบารมีน้อยอย่างข้าพเจ้า
คนเราย่อมมีความสุขในภาวะที่ตนพอใจ
"คิดมากไปเอง" ศาสวัตพูด
ข้าพเจ้าพอใจอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็มีความสุข "จะเคยมีสามีแล้ว หรือยังไม่เคยมีก็
แบบนี้”
เหมือนกัน ที่มีแล้วเราก็ยังพอรู้ว่าเขาเคย
“ท่านไม่พอใจแม้ในฐานะแห่ง ผ่านมือชายมาเท่าไร แต่ที่ยังไม่เคยมีเป็น
พระราชาเลยหรือ?” พระเจ้าอโศกทรง ตัวตนนี่ซิ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เขาเคย
เย้าพระสหาย "ถ้าท่านต้องการ ข้าพเจ้า
จะสละรัชสมบัติให้ครอง ๗ วัน
คงไม่มีอะไรมากนัก
"แต่พระองค์ไม่ควรไว้ใจผู้ที่เคย
เป็นศัตรูมากเกินไป” ศีขรินทูล
“ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย” อโศก
รับสั่ง "ผู้หญิงถ้าแสดงตัวว่าเป็นมิตรแล้ว
ผ่านผู้ชายมาเท่าไรแล้ว อีกอย่างหนึ่งไม่ ก็เป็นมิตรจริง ๆ ถ้ามีความรู้สึกว่าเป็น
ควรไปถืออะไรมาก เพราะธรรมดาสตรี ศัตรูอยู่ในใจ ผู้หญิงไม่สามารถแสดงตัว
ทุกคนหัวเราะ ศาสวัตสั่นศีรษะ นั้นเหมือนดวงจันทร์ แม้จะเว้าแหว่งไป เป็นมิตรได้ ส่วนผู้ชายอาจแสดงตัวเป็น
และโบกมือก่อนกล่าวว่า "วาสนาของ บ้างเป็นครั้งคราวก็กลับเต็มขึ้นได้อีกอย่าง มิตรได้ แม้ในขณะที่มีความรู้สึกเป็นศัตรู
ข้าพระพุทธเจ้าไม่สูงถึงปานนั้น สิ่งอย่าง เดิม”
ที่ว่าหญิงสามารถเก็บความรู้สึกได้ดีกว่า
หนึ่งฐานะอย่างหนึ่ง อาจเหมาะสำหรับ ทั้งหมดหัวเราะฮาขึ้นพร้อมกัน ชายนั้นก็มีเพียงเรื่องเดียวคือ เรื่องความรัก
คน ๆ หนึ่ง ของบางอย่าง ภาวะบาง และหัวเราะอยู่นานในที่สุดเวณบาลจึงกล่าว เธอต้องเก็บ เก็บเพราะความจำเป็นในการ
ประการเหมาะสำหรับคนบางคน คนที่ ว่า "ถ้าอย่างนั้น ศาสวัตรับโสมาวิกาไป สงวนศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง เรื่องนอกจากนี้
เป็นอย่างหนึ่งดี มิได้หมายความว่าจะ ก็แล้วกัน”
แล้วชายเก็บความรู้สึกได้ดีกว่าหญิงมาก
เป็นได้ดีไปหมดทุกฐานะ บางคนอาจเป็น "อย่า อย่าทำลายตบะพระมุนี เราจะลองเลี้ยงโสมาวิกาดู แต่มิใช่เลี้ยง
คนใช้ที่ดีแต่เป็นนายที่เลวเต็มทน บางคน ของเรา” อโศกตรัสทรงพระสรวล “ตบะ อย่างราชเทวี หรือสนมคนใดคนหนึ่ง
อาจเป็นนายที่ดี แต่เป็นคนใช้ที่เลวเหลือ เป็นสิ่งที่เสื่อมง่าย แต่ทำให้เกิดขึ้นยาก เลี้ยงอย่างสตรีที่เข้ามาอาศัยพึ่งบารมี”
เกิน เพราะฉะนั้น ฐานะบางอย่างย่อม ความดีเป็นสิ่งที่ต้องสั่งสมกันนาน แต่ "อาจเหมือนเลี้ยงงู หรือจระเข้
ความชั่วเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลาย ไว้ในบ้านก็ได้” เวณบาลทูล
"อย่างโสมาวิกาจะเหมาะสม ความดีที่เคยสั่งสมมานานแล้วได้ในชั่วระยะ
กับเวณบาลไหม?” อโศกตรัสถาม เวลาเพียงเล็กน้อย
เหมาะสมสำหรับคนบางคน”
ศาสวัตพลางทรงพระสรวล ทอดพระเนตร
เจ้าชายพีรพล"
“จะแปลกอะไร เวลานี้เจ้าชาย
“ตกลงจะจัดการกับโสมาวิกา
"ไม่แน่เสมอไป” อโศกตรัส
"จริงอยู่ เราควรทำลายศัตรู แต่เราน่า
จะลองทำศัตรูให้เป็นมิตรดูบ้าง เขาอาจ
เวณบาลอย่างล้อเลียน ศีขรินหัวเราะเสียงดัง อย่างไร?” ศีขรินทูลถามจริงจังขึ้น “ถ้า เป็นศัตรูที่ร้ายแรง แต่เมื่อกลับเป็นมิตร
เวณบาลทำหน้าแปลกก่อนจะทูลว่า ว่าตามกฎหมายบ้านเมืองผู้ที่พยายามหรือ อาจเป็นมิตรที่ดีเยี่ยมก็ได้ ดิน น้ำ ลม ไฟ
“โสมาวิกาเคยมีสามีมาแล้ว ได้ลงมือทำการแล้ว เพื่อปลงพระชนม์ เป็นประโยชน์แก่มนุษย์อย่างมาก แต่มี
กษัตริย์ ย่อมมีโทษถึงประหารชีวิต” อยู่เสมอเหมือนกันที่มนุษย์ต้องเสียชีวิต
“ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ" อโศก ครั้งละมาก ๆ เพราะดิน น้ำ ลมและไฟ
ตรัส "คนที่เคยเป็นศัตรูอย่างร้ายแรง เมื่อ ในทำนองเดียวกันสิ่งที่มีโทษอาจมีคุณได้
“ทำไมจะไม่แปลก” เวณบาล กลับเป็นมิตรอาจเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์ได้ ถ้า ถ้าใช้ให้เหมาะ ข้อสำคัญอยู่ที่ความพอ
เถียง "มีผู้ชายคนใดบ้างอยากมีภรรยาที่ คน ๆ นั้นไม่มีนิสัยคดในข้องอในกระดูก เหมาะพอดี ความถูกส่วน มนุษย์ที่เคยดี
เราพิจารณาแล้วโสมาวิกาดูเป็นคนตรงอยู่ กลับกลายเป็นร้ายได้ ทำไมมนุษย์ที่
พีรพลตายไปแล้ว” ศีขรินว่า
เคยมีสามีมาแล้ว นอกจากจำเป็น”
ธันวาคม ๒๕๓๔
กั ล ย า ณ ม ต ร
๙๕