รายละเอียดของพระระเบียงวัดอรุณฯ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 12 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 112

สรุปเนื้อหา

รื้อทำใหม่เป็นประตูซุ้มจตุรมุขทำ ลวดลายดอกไม้ พระระเบียงนี้ สร้างสมัยรัชกาลที่ ๒ นะ สมเด็จ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ทรงชม เชยว่า พระระเบียงที่วัดอรุณฯนี้ สมบูรณ์และทรวดทรงงามกว่าพระ ระเบียงไหน ๆ ทั้งหมด ๆ ตัวบานประตูด้านนอกเป็น ลายรดน้ำ แต่ด้านในเป็นภาพเขียนสี รูปคนถือหางนกยูงยืนอยู่เหนือสัตว์ ป่าหิมพานต์ ที่ผนังมีลายเขียนเป็น ซุ้มเรือนแก้ว เรียงเป็นระยะ ช้างหล่อ ตุ๊กตาทหารจีนและถะ (เจดีย์จีน) รายรอบหน้าพระระเบียงที่ล้อมพระอุโบสถวัดอรุณฯ ลายดอกไม้ใบไม้ นกยูงแบบจีนอยู่ เบญจ์ดู กลาง มีพระพุทธรูปรอบพระระเบียง จะต้องเดินนับตุ๊กตาทหารจีนที่สกัด ตุ๊กตาจีน 6 ตัวด้วยนะคะ” ๑๒๐ องค์ ล้วนปางมารวิชัยทั้งสิ้น จากหินสีเทา ๆ ตั้งเรียงรายเป็น "อ๋อ ชาวบ้านมักเรียกว่า เขาตั้งไว้ตรงกลางซุ้มเรือนแก้วที่เขียน แถ

หัวข้อประเด็น

- รายละเอียดของพระระเบียงวัดอรุณฯ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รื้อทำใหม่เป็นประตูซุ้มจตุรมุขทำ ลวดลายดอกไม้ พระระเบียงนี้ สร้างสมัยรัชกาลที่ ๒ นะ สมเด็จ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ทรงชม เชยว่า พระระเบียงที่วัดอรุณฯนี้ สมบูรณ์และทรวดทรงงามกว่าพระ ระเบียงไหน ๆ ทั้งหมด ๆ ตัวบานประตูด้านนอกเป็น ลายรดน้ำ แต่ด้านในเป็นภาพเขียนสี รูปคนถือหางนกยูงยืนอยู่เหนือสัตว์ ป่าหิมพานต์ ที่ผนังมีลายเขียนเป็น ซุ้มเรือนแก้ว เรียงเป็นระยะ ช้างหล่อ ตุ๊กตาทหารจีนและถะ (เจดีย์จีน) รายรอบหน้าพระระเบียงที่ล้อมพระอุโบสถวัดอรุณฯ ลายดอกไม้ใบไม้ นกยูงแบบจีนอยู่ เบญจ์ดู กลาง มีพระพุทธรูปรอบพระระเบียง จะต้องเดินนับตุ๊กตาทหารจีนที่สกัด ตุ๊กตาจีน 6 ตัวด้วยนะคะ” ๑๒๐ องค์ ล้วนปางมารวิชัยทั้งสิ้น จากหินสีเทา ๆ ตั้งเรียงรายเป็น "อ๋อ ชาวบ้านมักเรียกว่า เขาตั้งไว้ตรงกลางซุ้มเรือนแก้วที่เขียน แถวรอบหน้าพระระเบียงเลย น้า โป๊ยเซียน หมายถึงนักบุญ ๘ คนจ้ะ” ไว้ที่ผนังดูสวยดีนะ ขอโทษที่ฟิล์ม น้อยเห็นฉันสนใจดูทีละตัวก็แซวฉัน เออ... เบญจ์จำ ที่วัด เหลือน้อย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ มาถึงเบญจด้วย อรุณฯนี้มีสิงโตหินจีนตัวเล็ก ๆ ยืน “นี่ถ้าเบญจมาด้วย เห็นที บนเสาหิน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซุ้ม เบญจ์จ๊ะ ตัวเสาพระระเบียง จะชวนกันนับชวนกันดูไม่รู้จบซินะ” ใบสีมารอบพระอุโบสถถึง ๑๑๒ ตัว ซึ่งเป็นเสาก่ออิฐโบกปูนนั้น ทำย่อ ฉันยิ้มรับคำแซว ก็แหม... หน้าตาน่ารักทั้งนั้นเลย แต่ไม่ มุมไม้สิบสองเสียด้วย บัวหัวเสาที่ มันเยอะแยะนี่ อยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ เก๋หรอกนะที่จะเอาไปประดับที่บ้าน รับเชิงชายงามดีแท้ ทำเป็นบัวบาน แต่งกายก็ต่างกันด้วย น่าดูจริงนะ ก็ของเหล่านี้เขาถวายพระเจ้าอยู่หัว กลีบยาว ฉันเคยได้ยินผู้ใหญ่ท่าน เบญจ์ และฉันถือว่าคำแซวคือ รัชกาลที่ ๓ แล้วพระองค์ก็พระราช เรียกว่า "บัวจงกล” เขาปิดทอง การอนุญาตและให้เวลาฉันเดินได้ ทานมาตกแต่งวัด ถือเป็นพุทธบูชา ประดับกระจก ไม่ใช้กระเบื้องหรอกนะ โดยรอบไปในตัว อ้อ... ต้องบอกเบญจ์อีกนิดว่า ตรงประตูทางเข้าออกทั้ง ทิศ เลยนะ นับได้กี่ตัวละ ของพระระเบียง แต่ด้านในนะขอ "๑๔๔ ตัวค่ะ น้าคะ ตรง เรียกว่า "ด้านหน้าพระระเบียง” ก็ ช่วงหักมุมมีเจดีย์แบบจีนทั้ง ๔ มุม แล้วกัน มีช้างหล่อโลหะ ประตูละคู่ เลยนะคะ เขาเรียกอะไรคะ ชักลืม รัชกาลที่ ๓ โปรดฯให้หล่อจะ ยืน เสียแล้ว” อยู่บนแท่นหิน ทุกตัวหันหัวมา ทางพระอุโบสถจะ ประหนึ่งเข้าเฝ้า ถะ จะ พระพุทธองค์เชียวแหละ ใครขโมยไปถือว่าบาปหนักนะเอ้อ "ไงลักขณ์ เดินจนรอบ พูดถึงใบสีมาที่วัดอรุณฯ เอ๊ะ... สมเด็จฯกรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงเรียกว่า "ศิลาเขมร” ฉันดูแล้วก็งง ดูไม่ออก ไม่เข้าใจว่าหินใดมาจากเมือง ไหน ก็มันคล้ายหินบ้านเราที่ฉันเคย เห็นนี่นา ฉันดูออกแต่ลวดลายที่สลัก "แหม! ยายแก่ เขาเรียก ไม่สวยนัก เป็นใบสีมาคู่นะ ก็เป็น วัดหลวงนี่จ๊ะ ใบสีมาคู่ประดิษฐาน อยู่ในซุ้มหินอ่อน ๔ ซุ้ม ซึ่งทำเป็น รูปบุษบก ยอดทำเป็นเจดีย์ย่อไม้ สิบสองและตรงที่เป็นปล้อง ไฉน เขาเปลี่ยนเป็นรูปดอกบัวบานเรียง ลืมหน่อยเดียว "น้าคะ เขาทำเป็นซุ้มบรรจุ เบญจ์จำ ฉันอยากให้เธอ ทำไมฉันจึงได้รับเกียรติเป็นยายแก่ มาเที่ยววัดอรุณฯจังเลย ถ้าเธอได้ เบญจ์ มาเธอก็คงใจเดียวกับฉันเป็นแน่ที่ ธันวาคม ๒๕๓๔ กั ล ย า ณ ม ต ร ๘๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More