ข้อความต้นฉบับในหน้า
ศีลคู่กับสติ สติก็ได้ บุญเกิดขึ้นตรงนั้นแหละ ตอบแทนพระคุณ
คนที่จะรักษาศีลได้ แล้วบุญที่เกิดนี้
- จะต้องฝึกสติอย่าง ความชั่วความมืดภายในทั้งหลาย
ไรคะจึงจะไม่เผลอ ได้อีกด้วย
ดิฉันรู้สึกตัวว่ากว่าจะ
มีฤทธิ์ที่จะฆ่า
? เติบโตมาจนกระทั่งถึง
วันนี้ ต้องเป็นหนี้
พระคุณของพ่อแม่
และผู้มีอุปการะคุณอื่นๆ อีกมาก
จ
-
เมื่อรักษาศีลได้จะ
ได้บุญ ตรงไหนคะ
มนุชยสัมพันธ์ดี
สติคืออาการที่ประคองใจไว้
ได้ที่ศูนย์กลางกาย เพราะประคอง
คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มายหลายท่าน อยากทราบว่าจะมี
? เขาวัดกันที่ตรงไหนคะ หนทางใดบ้างที่จะสามารถทดแทน
คนที่ต้องดื่มเหล้าเข้า พระคุณของท่านเหล่านั้นได้มาก
ใจไว้ที่ศูนย์กลางกายได้ จึงสามารถ - กับใครๆ ได้หมดหรือ
ห้ามใจไม่ให้ไปทำความชั่วต่างๆ สรวลเสเฮฮากับพรรคพวกเพื่อนฝูง
ถ้าเวลาใดใจหลุดออกจากศูนย์กลาง หรือคนทั่วไปได้คะ
กาย แสดงว่าสติหย่อนไปจะทำให้
พลั้งเผลอไปทำผิดศีลได้
เพราะ
ฉะนั้น การที่เราห้ามใจไม่ให้ทำ
อย่าไปเชื่อนะ ว่าคนมีมนุษย
สัมพันธ์ดี คือคนที่ต้องดื่มเหล้า
ความชั่ว นอกจากเป็นการรักษาศีล หรือสามารถสรวลเสเฮฮา เข้ากับ
ได้แล้ว ยังเป็นการฝึกสติให้อยู่ใน ใครได้หมด นั่นเป็นได้แค่ ตลก
ตัวควบคู่กันไปอีกด้วย
บริโภคเท่านั้น คนที่มีมนุษยสัมพันธ์
อะไรก็ตาม เพื่อนๆ ก็เข้ามา
อยากจะทำด้วย ประชาชนเชื่อถือ
อยากเข้ามาปรึกษา แม้คนนั้นไม่
- หมั่นประคองใจไว้ที่ศูนย์ ดีคือ คนที่เมื่อถึงคราวจะทำงาน
กลางกายไปเถอะ แล้ววันหนึ่งเราจะ
เข้าใจเองว่า การรักษาศีลได้บุญตรง
ไหน ได้บุญตรงที่ว่า ธรรมชาติของ
ใจเมื่อจรดเข้าศูนย์กลางกายได้เมื่อ เคยเฮฮากับใคร
ใด ความสว่างจะเกิดขึ้นในใจ อุปมา
มนุษยสัมพันธ์ดีมาวัดกันตรง
เหมือนหัวไม้ขีดไฟมาจรดกับข้าง ที่ใคร ๆ ก็อยากมาร่วมทำความดี
กล่องไม้ขีดเมื่อใด เมื่อนั้นไฟติด
ด้วย อยากเข้าใกล้ ไม่ใช่มาวัดกัน
ควับขึ้นมาทันที เช่นเดียวกับใจเมื่อ ที่ ถึงเวลาสนุกก็สนุกด้วยแล้วก็เฮ้ๆ
จรดศูนย์กลางกายเมื่อใด ความ
สว่างเกิดวูบขึ้นมา ทำให้เราสามารถ
ห้ามตัวเองไม่ให้ทำความชั่วได้ เรา
จะเรียกว่า ความสว่างก็ได้ ความมี
ตรงกลางวง แต่เวลาจะทำงานเวลา
ตกทุกข์ได้ยาก กลับไม่มีใคร
เหลียวแล ขอให้ตีค่าคำว่ามนุษย
สัมพันธ์ให้ถูกต้องนะ
ที่สุดคะ?
วิธีที่จะทดแทนคุณผู้มีพระ
คุณอย่างยิ่งของเรา เช่นคุณพ่อ
คุณแม่ ลุง ป้า น้า อา ที่ช่วยกันไกว
เปลเห่กล่อมเรามาก็ดี ครูบาอาจารย์
ที่ให้ความรู้แก่เราก็ดี เราจะแทน
คุณท่านให้ได้สูงสุดแล้ว ไม่มีอะไร
หรอกที่จะเกินไปกว่าให้ท่านได้รู้
ความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิต เป็น
สัมมาทิฐิบุคคล แล้วจะได้ดำเนิน
ชีวิตไปในทางที่ถูกต้องนั้น
เราจะต้องยอมรับว่าการดำ
เนินชีวิตทางโลก ไม่ว่าจะระมัดระวัง
อย่างไร มีอาชีพอะไรจะมีลักษณะ
ที่เรียกว่าบุญปนบาประคนกันไป
เช่นกันแม้แต่พ่อแม่ของเรา กว่าจะ
เลี้ยงพวกเราโตมาได้ ท่านก็อยู่ใน
ลักษณะบุญปนบาป เช่นลูกรัก
อยากจะกินปลาต้มยำ แม่ก็ทุบหัว
ปลาดิ้นพราดๆ มาต้มยำให้เรากิน
เราดีใจได้กินปลาต้มยำอร่อย แต่
๒๒ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๖