ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภัพพตปรา
ประโยชน์เพราะอาศัยสีลัพพตปรา
มาส คือบริสุทธิ์ด้วยศีล และวัตร
เท่านั้น
ข้อนี้ ไม่ควรเห็นอย่างนั้น
เพราะเหตุว่า ภิกษุผู้สิ้นอาสวะสําเร็จ
พรหมจรรย์ กระทำสิ่งที่ควรกระทำ
แล้ว เมื่อเล็งไม่เห็นว่าตนมีสิ่งที่ควร
กระทำอยู่ หรือมีสิ่งที่ควรสะสมอยู่
ก็มีใจน้อมไปในเนกขัมมะ ในวิเวก
ในการไม่พยาบาท ในความสิ้น
อุปาทาน ในความสิ้นตัณหา ใน
ความไม่ลุ่มหลง เพราะราคะ โทสะ
โมหะ สิ้นหมดแล้ว
ภิกษุผู้มีจิตหลุดพ้นอย่างนี้
แล้ว ถึงจะมีรูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ (คือของที่มาถูกต้องกาย)
ธรรมารมณ์อันแรงกล้า มาปรากฏ
แก่ตา ลิ้น กาย ใจของภิกษุ
นั้นก็ดี สิ่งเหล่านี้ไม่อาจครอบง่า
จิตของภิกษุนั้นได้ จิตของภิกษุนั้น
หู จมูก
66
พระโสณโกติวิสะเถระ
ได้พิจารณาร่างกายของ
บางจำพวกชอบอวดอ้างยืนยันว่าตน
เป็นพระอรหันต์ ก็จะเดือดร้อนใน
ภายหลัง”
เนื้อความในพระบาลีแห่ง
คัมภีร์อังคุตตรนิกาย เอกนิบาตว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงยกย่อง
พระโสณโกฬิวิสะไว้ในฐานะอันยอด
เยี่ยมว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระ
โสณโกฬิวิสะเป็นเอตทัคคะ คือผู้เลิศ
กว่าภิกษุทั้งหลายผู้เป็นสาวกของ
ตถาคตในการประกอบความเพียร”
การได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอต
ทัคคะของพระโสณโกฬิวิสะเถระ
เพราะอาศัยเหตุที่ท่านได้กระทำ
ความดีต่าง ๆ มาและตั้งความ
จนเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วไป
ปรารถนาไว้ในอดีตกาล ทั้งตั้งใจ
ประกอบความมานะอดทนในชาตินี้
ท่านว่า มีความละเอียดอ่อน
ในหมู่ชาวพุทธบริษัท จึงนับว่าการ
ที่ได้รับยกย่องว่าให้เป็นเอตทัคคะนั้น
ให้ร่างกาย ลำบากจึงจะ
สําเร็จสมณธรรมได้
เมื่อพิจารณาแล้วจึงเดิน
ก็ไม่มีสิ่งใดเจือปน เป็นจิตที่ตั้งมั่น มาก จําเป็นที่จะต้องกระทำ
ไม่หวั่นไหวด้วยอารมณ์ทั้งหลายที่มา
กระทบ เหมือนภูเขาศิลาล้วนที่ไม่
มีช่องหรือไม่มีโพรงเป็นแท่งเดียวทึบ
ย่อมไม่หวั่นไหวด้วยแรงลมที่พัดมา
จากทิศทั้ง ๔ ฉะนั้น”
พระผู้มีพระภาคทรงสดับแล้ว
ตรัสสรรเสริญพระโสณโกฬิวิสะเถระ
กับพระภิกษุทั้งหลายว่า
“กุลบุตรทั้งหลายเช่นโสณะ
ย่อมประกาศความเป็นพระอรหันต์
ด้วยอาการอย่างนี้ ย่อมกล่าวแต่ใจ
ความ ไม่น้อมตนเข้ามาเปรียบเทียบ
ส่วนโมฆบุรุษ (คือบุรุษไม่มีความรู้
จงกรมด้วยความเพียร
กล่า จนเท้าทั้งสองแตก
99
มีความสมเหตุสมผลทุกประการ
มกราคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔