ความทุกข์และการหลุดพ้น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 1 หน้า 40
หน้าที่ 40 / 112

สรุปเนื้อหา

สุขที่เสรี ต่อจากหน้า ๒๗ เหมือนคนตาบอดทั้งสองข้างถูกทิ้งอยู่ กลางป่าเพียงลำพัง ย่อมมองไม่เห็น หนทาง เดินตกหลุ่มหลงทาง มีความ หิวกระหายเดือดร้อนใจ มีทุกข์มาก มี ภัยมากฉะนั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมี ความทุกข์น้อยกว่าผู้มีจิตพร่ามัวมืดบอด เสียอีก ตาบอดทุกข์เพียงชาติเดียว ใจ กลแก่ทุกข์ เต็ม เติมเท่าไรไม่รู้จักพอ เหมือนตัก การดำเนินชีวิตในโลกนี้มีทั้งสุข น้ำใส่ชะลอม ใส่เท่าไรเติมเท่าไรก็ไม่รู้ ทั้งทุกข์คละเคล้าปะปนกันไป แต่ต้อง จักเต็มฉะนั้น ยอมรับว่า พื้นฐานของชีวิตคือความทุกข์ ชีวิตที่ไม่รู้จักพอ ย่อมเคลียคลอ ทุกข์ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน กับทุกข์ร่ำไป ทุกข์จากร่างกายของตนเองที่ต้องคอย ๒. ทุกข์จากความมักโกรธ ความ ปรนเปรอ แต่ก็ยังมิวายจะเสื่อมประ เดือดดาล วู่วาม ขี้หงุดหงิด โหดร้าย สิทธิภาพไป

หัวข้อประเด็น

- ความทุกข์และการหลุดพ้น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สุขที่เสรี ต่อจากหน้า ๒๗ เหมือนคนตาบอดทั้งสองข้างถูกทิ้งอยู่ กลางป่าเพียงลำพัง ย่อมมองไม่เห็น หนทาง เดินตกหลุ่มหลงทาง มีความ หิวกระหายเดือดร้อนใจ มีทุกข์มาก มี ภัยมากฉะนั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมี ความทุกข์น้อยกว่าผู้มีจิตพร่ามัวมืดบอด เสียอีก ตาบอดทุกข์เพียงชาติเดียว ใจ กลแก่ทุกข์ เต็ม เติมเท่าไรไม่รู้จักพอ เหมือนตัก การดำเนินชีวิตในโลกนี้มีทั้งสุข น้ำใส่ชะลอม ใส่เท่าไรเติมเท่าไรก็ไม่รู้ ทั้งทุกข์คละเคล้าปะปนกันไป แต่ต้อง จักเต็มฉะนั้น ยอมรับว่า พื้นฐานของชีวิตคือความทุกข์ ชีวิตที่ไม่รู้จักพอ ย่อมเคลียคลอ ทุกข์ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน กับทุกข์ร่ำไป ทุกข์จากร่างกายของตนเองที่ต้องคอย ๒. ทุกข์จากความมักโกรธ ความ ปรนเปรอ แต่ก็ยังมิวายจะเสื่อมประ เดือดดาล วู่วาม ขี้หงุดหงิด โหดร้าย สิทธิภาพไปเรื่อยๆ ทุกข์จากการ แสวงหา ทุกข์จากการแก่ การเจ็บ การพลัดพราก ทุกข์เรื่อยไปจนกระทั่ง ตาย ทําอย่างไรจีบจะหลุดพ้น จากความทุกข์ หรือบssim ความทุกข์ลงได้บ้าง ก่อนอื่นพึงรู้จักตัวทุกข์เสียก่อน ๆ หยาบคาย อิจฉาริษยา ผูกโกรธ จอง เวร ไม่ยอมใครง่าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นอาการของ “จิตพล่าน” มี ความร้อนรนอยู่เสมอ ย่อมก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ตนเอง แล้วลุกลาม ไปสู่ผู้อื่น เหมือนลูกระเบิดที่ทำลาย ตัวมันเองเป็นอันดับแรก แล้วทำลาย สิ่งอื่น ๆ เป็นอันดับต่อไปฉะนั้น ความโกรธ เป็นมิตรเทียมที่ ความทุกข์นั้นมีหลายอาการ แต่สรุป คอยประทุษร้ายเราอยู่เสมอ แล้วเรา ได้ประการใหญ่คือ ๑. ทุกข์จากความตระหนี่ เห็น แก่ตัว ไม่รู้จักพอ ไม่ยินดีตามมีตามได้ ตามควร มีความพร่องอยู่เป็นนิจ สิ่ง เหล่านี้ล้วนเป็นอาการของ “จิตพร่อง” มีความหิวอยู่เสมอ ถมเท่าไรไม่รู้จัก ๒๘ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๖ จะคบไปทำไม ต. ความ . ทุกข์จากความหลง เมามัว ขาดเหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ดีชั่ว ถูกผิด ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอาการของ “จิตพร่า” มีความมืดมัว ให้โทษภัยอยู่เสมอ บอดระทมทุกข์อีกหลายชาติ อาการของจิตอาทัพ อาการของทุกข์ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นความอาภัพของจิต ทำให้จิตพร่อง จิตพล่าน จิตพร่า ซึ่งมีสาเหตุจาก ความโลภ ความโกรธ ความหลงนั่น เอง และสามารถกำจัดได้ด้วยการ ปฏิบัติธรรม ดังโอวาทของพระสุธรรม ยานเถร (หลวงพ่อธัมมชโย) ว่า - “สิ่งที่ทำให้จิตอาภัพ เสวยสุข ไม่เต็มที่ มี ๓ อย่างคือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง กับ ประการที่ จิตอาภัพเพราะ ถูกความโลภครอบงำ ทำให้จิตหิว ตลอดเวลา ไม่รู้จักพอ คล้าย ๆ แก้วกันรั่ว เราจะใส่น้ำแค่ไหนก็ตาม ก็รั่วออกหมด จิตที่ถูกความโลภครอบ จึงเป็นจิตที่อาภัพ จะหิวตลอดเวลา ไม่รู้จักคำว่าพอ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ได้มา นั้นน่ะไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นจิตที่ ถูกความโลภครอบงำจึงเป็นจิตที่อาภัพ เสวยสุขได้ไม่เต็มที่ ง ประการที่ ๒ จิตอาภัพเพราะ ถูกความโกรธครอบงำ ความโกรธทำ ให้จิตร้อน กระสับกระส่าย ทุรนทุราย อยู่ตลอดเวลา เสวยสุขได้ไม่เต็มที่
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More