ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยอมรับ นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก จึง ด้วยอำนาจแห่งสัตยาธิษฐาน
ตั้งสติมั่น ยกมือขึ้นประนมเหนือ ร่างกุมารน้อยเมื่อถูกโยนขึ้นไป ก็
“ลงมาเถิดลูกเอ๋ย พ่อจะเลี้ยง
เจ้าเอง พ่อจะเลี้ยงเอง”
เหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพาร
ทั้งหลาย เมื่อเห็นพระเจ้าพรหม
ทัตยื่นพระกรขึ้นรับพระกุมารน้อย
จึงต่างยื่นมือขึ้นรับกันสลอนเต็มท้อง
พระโรงนับร้อยนับพันมือ แต่พระ
กุมารลงสู่พระหัตถ์ของพระบรม
ราชชนกเพียงผู้เดียว แล้วประทับ
นั่งอยู่บนพระเพลา
พระเจ้าพรหมทัตได้พระราช
ทานตำาแหน่งมหาอุปราชแก่พระราช
โอรส และทรงแต่งตั้งหญิงเก็บฟืน
มารดาของพระราชโอรสเป็นอัคร
มเหสี
ต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัต
ได้เสด็จสวรรคต กุมารน้อยพระ
ราชโอรสได้ครองราชสมบัติสืบแทน
ทรงพระนามว่า พระเจ้ากัฏฐวาหนะ
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสชาดก
จบลงแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก
ทรงสบายพระทัย
พระราชทาน
ศีรษะ กล่าวสัตยาธิษฐานต่อหน้า มิได้ตกลงมา กลับนั่งขัดสมาธิ ตำแหน่งคืนให้พระนางวาสภขัตติยา
ลอยอยู่เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก พลาง และพระราชโอรสตามเดิม
พระเจ้าพรหมทัตว่า
“หม่อมฉันไม่มีพยานอื่นใด กุมารกล่าวภาษิตคาถาว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
อีกแล้วที่จะมากล่าวอ้างแก่พระองค์ว่า "ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ประชุมชาดกว่า
กุมารนี้คือพระราชโอรส จึงขอยืด ข้าพระบาทเป็นโอรสของพระองค์ หญิงเก็บฟืนได้มาเป็นพระ
สัจวาจาและบุญกุศลที่หม่อมฉันได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งหมู่ชน นางสิริมหามายา
บำเพ็ญมาทุกภพทุกชาติเป็นที่พึ่ง ขอพระองค์ได้โปรดชุบเลี้ยงข้าพระ
หากกุมารน้อยนี้เป็นโอรสของพระ- บาทไว้ แม้คนอื่นพระองค์ยังทรง
องค์ ก็จงลอยอยู่ในอากาศ แต่หาก ชุบเลี้ยง ไฉนจะไม่ทรงชุบเลี้ยงโอรส
ว่ามิใช่ ก็ขอให้ตกลงมาตายเสียเถิด” ของพระองค์เองเล่า พระเจ้าข้า”
กล่าวจบ นางจับกุมารน้อย พระเจ้าพรหมทัตทอดพระ
โยนขึ้นไปบนอากาศทันที ท่ามกลาง เนตรปาฏิหาริย์ พร้อมทั้งได้สดับ
ความตกตะลึงของพระเจ้าพรหมทัต คำของกุมารน้อยทรงตื้นตันพระทัย
และหมู่อำมาตย์ ข้าราชบริพาร ยื่นพระกรขึ้นรับกุมารน้อยพร้อมกับ
ทงหลาย
ตรัสว่า
พระกุมารน้อยหรือพระเจ้า
กัฏฐวาหนะ ได้มาเป็นพระองค์เอง
๒๖ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๖