ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของพระเจ้าปเสนทิโกศล แม้พระ
ราชโอรสของพระนางชื่อ วิฑูฑภะ
ซึ่งมีชันษาประมาณ ๗-๘ ปี ก็
ได้อีกต่อไป แต่ความอาลัยรักยังมี วาสภขัตติยาได้ ก็ต่อเมื่อยกเอาแต่
อยู่มาก จึงให้เพียงถอดพระราช ชาติตระกูลทางฝ่ายบิดามาอ้างและ
อิสริยยศเสีย แต่ยังคงให้อาศัยอยู่ ยกเอาความสำคัญของพระราช
โอรสมาก่อน จึงตรัสว่า
พลอยถูกถอดออกจากตำแหน่งรัช ในพระราชวังได้ดังเดิม
ทายาทด้วย เพราะพระเจ้าปเสน
พระบรมศาสดามีพระทัย
ราชา ไฉนพระราชโอรสนั้นจึงไม่
“ดูก่อน มหาบพิตร นางเป็น
ทิโกศลได้ทรงทราบภายหลังว่า เปี่ยมล้นด้วยความเมตตากรุณาใคร่ ธิดาของพระราชา มาสู่พระราชา
พระนางวาสภขัตติยาเป็นราชธิดา จะอนุเคราะห์พระนางกับพระราช เหมือนกัน ได้โอรสก็โดยอาศัยพระ
ที่เกิดจากนางทาสี จึงต้องนับว่า โอรสผู้ปราศจากความผิด และ
พระนางอยู่ในวรรณะต่ำสุดคือจัณ ขจัดการถือชั้นวรรณะให้สิ้นไปจาก ควรได้เป็นเจ้าของราชสมบัติของ
ฑาล และพระโอรสของพระนางก็ แผ่นดิน ดังนั้นในเช้าวันหนึ่งพระ
ต้องเป็นจัณฑาลด้วย
องค์จึงได้เสด็จไปทรงเยี่ยมพระ
การที่พระนางวาสภขัตติยา เจ้าปเสนทิโกศลพร้อมด้วยพระภิกษุ
ได้มาเป็นพระมเหสีของพระเจ้า จำนวน ๕๐๐ รูป ขณะประทับฉัน
ปเสนทิโกศล กษัตริย์แห่งแคว้น ภัตตาหาร ณ พุทธอาสน์ พระองค์
โกศลนั้น เนื่องด้วยพระเจ้าปเสนทิ ได้ตรัสถามถึงพระนางวาสภขัตติยา
โกศลมีความเคารพเลื่อมใสในพระ ว่าหายไปไหน ไม่เห็นมาเฝ้าเช่น
บรมศาสดามาก ปรารถนาจะได้ เคยปฏิบัติมา พระเจ้าปเสนทิโกศล
เป็นพระประยูรญาติกับพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า จึงทรงสู่ขอพระราช
จึงจำเป็นต้องตรัสเล่าเรื่องถวาย
พระชนกเล่า อย่าว่าแต่ครั้งนี้เลย
แม้แต่โบราณกาล พระราชามีโอรส
กับหญิงเก็บพื้นที่อยู่ร่วมกันเพียง
ครู่เดียว พระองค์ยังทรงยอมมอบ
ราชสมบัติแก่พระโอรสนั้นได้”
พระเจ้าปเสนทิโกศลนั้น
ถึงแม้พระทัยจะเอนเอียงไปทางข้าง
ยอมรับตามพระบรมศาสดา แต่ยัง
ไม่ทรงสบายพระทัยนัก จึงกราบทูล
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
อาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้
ธิดาของพระเจ้ามหานามมาเป็น ทราบเรื่องแล้ว จึงตรัสถามโดย
ทรงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง พระพุทธ
พระมเหสี
กุศโลบายว่า
องค์จึงตรัส กัฏฐหาริชาดก มีเนื้อ
พระเจ้ามหานามนั้น ทรงถือ
“ดูก่อน มหาบพิตร พระนาง
ความดังนี้
พระองค์ว่า มีชาติตระกูลที่สูงส่ง วาสภขัตติยาเป็นธิดาของใคร?
เก่าแก่มาแต่โบราณกาล ส่วนพระ
พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบ
เจ้าปเสนทิโกศลนั้นเป็นราชตระกูล บังคมทูลว่า
- นหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัต
ใหม่กว่ามาก จึงมีพระทัยดูถูก
“พระนางเป็นธิดาของพระ
ได้เสด็จประพาสพระราชอุทยาน
เหยียดหยาม ไม่ประสงค์จะร่วม เจ้ามหานามแห่งศากยวงศ์พระเจ้า
พร้อมด้วยหมู่ข้าราชบริพาร ขณะ
พระราชวงศ์ด้วย แต่ไม่อาจขัดขืน ข้า”
ที่พระองค์ทรงเพลิดเพลินชมความ
ด้วยเกรงพระบรมเดชานุภาพ จึง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม
ได้ส่งพระนางวาสภขัตติยา พระ ต่อไปว่า
ราชธิดาที่เกิดจากนางทาสีไปให้
งามของมวลไม้ดอกไม้นานาพันธุ์
อยู่นั้น พลันได้ทรงสดับเสียงสตรี
“นางมาที่เมืองนี้ มาหาใคร
ขับร้องเพลงไพเราะจับใจ ดังมา
โดยหมายพระทัยว่า คงจะไม่มีผู้ใด ใครไปขอให้มา หรือนางมาเอง?”
ล่วงรู้ความลับเรื่องชาติกำเนิดของ พระราชาทูลว่า
นาง
จากป่าใกล้ ๆ เขตพระราชอุทยาน
แม้เพียงได้ยินเสียง
ก็ทรงมีจิต
“ข้าพระพุทธเจ้าไปสู่ขอนาง
ปฏิพัทธ์รักใคร่ และได้เสด็จไปอยู่
เมื่อความลับถูกเปิดเผยขึ้น มาเป็นพระมเหสีเองพระเจ้าข้า”
ร่วมด้วย
ภายหลัง พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ไม่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเล็ง
อาจยกย่องพระนางกับพระราชโอรส เห็นทางที่จะช่วยเหลือพระนาง ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางด้วย
ในขณะนั้นเองพระโพธิสัตว์
๗๔ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๖