ที่พึ่งแท้จริงของมนุษย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 5 หน้า 10
หน้าที่ 10 / 113

สรุปเนื้อหา

ห ยุ ด ด ด เ พื่ อ ชี วิ ต ม คุ ณ ค่า อะไรคือที่พึ่งแท้จริงของมนุษย์ นชีวิตของเราอาจจะสูญเสียอะไรต่างๆ ได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะสูญเสียไปไม่ได้อีกแล้วคือ เวลา โดย เฉพาะเวลาของนักสร้างบารมี เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับชีวิต เราจะสูญเสียไปไม่ได้อีกแล้ว ต้องสงวนเวลาสำหรับชีวิตของ เราไว้ เพื่อประพฤติปฏิบัติธรรม ฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ให้เข้าถึง ที่พึ่งที่ระลึกอันประเสริฐคือ พระธรรมกายภายในของเราให้ได้ หยุดนี่แหละเป็นตัวสำเร็จจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ หยุดตรงนี้เป็นตัวที่จะทำให้ใจเราเข้าถึงความสุขภายใน อย่าง ละเอียดอ่อน หยุดคือทุกสิ่ง หยุดคือตัวสำเร็จ ความสำเร็จจะ เกิดขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม เราจะต้องเริ่มต้นจากใจหยุด ใจนิ่งนี่นะจ๊ะ เมื่อเราเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ความรู้สึกชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นม

หัวข้อประเด็น

- ที่พึ่งแท้จริงของมนุษย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ห ยุ ด ด ด เ พื่ อ ชี วิ ต ม คุ ณ ค่า 1 อะไรคือที่พึ่งแท้จริงของมนุษย์ นชีวิตของเราอาจจะสูญเสียอะไรต่างๆ ได้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะสูญเสียไปไม่ได้อีกแล้วคือ เวลา โดย เฉพาะเวลาของนักสร้างบารมี เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับชีวิต เราจะสูญเสียไปไม่ได้อีกแล้ว ต้องสงวนเวลาสำหรับชีวิตของ เราไว้ เพื่อประพฤติปฏิบัติธรรม ฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ให้เข้าถึง ที่พึ่งที่ระลึกอันประเสริฐคือ พระธรรมกายภายในของเราให้ได้ หยุดนี่แหละเป็นตัวสำเร็จจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ หยุดตรงนี้เป็นตัวที่จะทำให้ใจเราเข้าถึงความสุขภายใน อย่าง ละเอียดอ่อน หยุดคือทุกสิ่ง หยุดคือตัวสำเร็จ ความสำเร็จจะ เกิดขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม เราจะต้องเริ่มต้นจากใจหยุด ใจนิ่งนี่นะจ๊ะ เมื่อเราเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ความรู้สึกชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นมาอย่างที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน เราจะมีความรู้สึกว่า เรานี้ไม่เคยผิดหวังหรือเรานี่ไม่เคยสูญเสียอะไรเลยเมื่อเข้าถึง เพราะว่าอะไร? เมื่อเราเข้าไปรวมกับพระ- พระธรรมกาย ธรรมกายเป็นอันเดียวกันแล้วนี้ เราจะแจ่มแจ้งทีเดียวว่า สรรพ สัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลาย เมื่อมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วมันก็เสื่อม สลายเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติ มันเดินทางมาอยู่กับเรา แล้วมันก็เสื่อมสลายไป ความรู้สึกว่าสูญเสียมันก็จะไม่มี จะ เป็นคน สัตว์ สิ่งของ แบบคนเดินทางมาหาเรา มาอยู่แล้วมันก็ ไป ทรัพย์สินเงินทองแต่เดิมเราก็ไม่มี มันเดินทางมา มาอยู่ แล้วมันก็ไป เพราะฉะนั้น เราจะไม่มีความรู้สึกว่าเราได้สูญเสีย อะไรไปเลย เพราะมันเรื่องปกติธรรมดาของสรรพสัตว์ สรรพ สิ่งทั้งหลายที่ยังตกอยู่ในไตรลักษณ์ เมื่อความรู้สึกว่าเราไม่ได้ สูญเสียอะไร ใจของเราก็จะเป็นหนึ่ง บริสุทธิ์ สว่าง มีแต่ ความสุขล้วน ๆ แม้แต่ร่างกายที่เราอาศัยอยู่นี้ จะเป็นเส้นผม ขน เล็บ ฟัน หนัง หรืออะไรก็แล้วแต่ อวัยวะภายใน เดี๋ยวมัน ๔ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๖ ก็เสื่อมสลายหายไป ความรู้สึกที่เราเห็นทุกข์มันก็ไม่เกิดขึ้น ใจเราจะชื่นบาน สดชื่น สว่างไสวอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาที่กายหยาบของเราจะต้องแตกกายทำลาย ขันธ์หมดอายุขัยใกล้จะตาย ใจเราก็ยังสว่างไสวอยู่ในกายธรรม ไม่มีความรู้สึกว่าเราจะตาย คล้ายๆ กับเราเปลี่ยนบ้านใหม่ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เปลี่ยนรถคันใหม่เท่านั้นเอง มนุษย์เราเกิดมามีความรู้สึกว้าเหว่ตั้งแต่เกิดจากครรภ์ มารดาเรื่อยมา มีความรู้สึกว้าเหว่ ดูเหมือนเราต้องการแสวง หาสักสิ่งหนึ่งมาทำให้เราหายว้าเหว่ ให้อบอุ่นใจ ให้มีความรู้สึก ปลอดภัย แล้วทำให้เรามีความสุข มีความมั่นใจ เราได้แสวง หามาตลอดชีวิตที่ผ่านมาเลย เด็ก ๆ ก็ได้พ่อแม่เป็นที่พึ่ง ต้องการพ่อแม่เป็นที่พึ่ง ขาดพ่อขาดแม่แล้วขาดความอบอุ่นใจ โตขึ้นมาหน่อยก็ได้ครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง พอพ้นภาวะนักศึก ษาแล้ว ก็ต้องการครอบครัวไว้เป็นที่พึ่ง ทำงานแล้วก็ต้องหาผู้ หลักผู้ใหญ่เป็นที่พึ่ง หาที่พึ่งต่อ ๆ ไปเรื่อยๆ ที่พึ่งเหล่านั้นไม่ ใช่ที่พึ่งอันเกษม ไม่ใช่ที่พึ่งอันประเสริฐเลย แต่ที่พึ่งที่แท้จริงอยู่ ในกลางกายของเราทุกคน เป็นพุทธรัตนะ นี่แหละเป็นที่พึ่ง และที่ระลึก เมื่อเราเข้าถึงแล้วถึงจะซาบซึ้งในคำนี้ว่าเราจะ รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย มีความสุขอย่างที่ไม่มีอะไรมาเปรียบ ปานได้ และความปรารถนาใด ๆ ก็คืนไปหมดเลย รู้สึกว่า อิ่มพอแล้วเต็มที่แล้วน่ะ จะมีความเบิกบานเป็นนิจ เพราะฉะนั้น พุทธรัตนะ หรือพระแก้วใส ๆ หรือ พระธรรมกาย จึงเป็นที่พึ่ง อย่างแท้จริง และที่พึ่งอย่างนี้ ไม่ใช่เฉพาะชาวพุทธเท่านั้น เป็น ของชาวโลกทีเดียว ใครเข้าถึงจุดนี้แล้วชีวิตจะมีความสุข ปลอด ภัย เบิกบานอยู่เป็นนิจ เป็นชีวิตที่อยู่เหนือปัญหาทั้งมวล มี ความสุขอย่างแท้จริง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More