ข้อความต้นฉบับในหน้า
รูปนั้นเป็นที่เลื่องลือกันในหมู่ศาสนิกอื่นอย่างมาก เพราะ บรรพชาอุปสมบทก็ดี จะพบว่าเป็นรูปแบบของการประชุม
ท่านสามารถเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจของนักบวชใน อีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งพระอุปัชฌาย์ทำหน้าที่เหมือนเลขา
ศาสนาอื่นของอินเดีย ให้กลับกลายมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้ นุการของที่ประชุม แต่ไม่ใช่ประธานของที่ประชุม ทำ
ใครจะมาพูดหว่านล้อมท่านในลักษณะหรือชั้นเชิงใด หน้าที่เป็นผู้ที่นำวาระการประชุมเข้ามาสู่ท่ามกลางที่ประ
ท่านก็สามารถอ่านเขาออกไปทั้งหมด จึงเป็นผลดีต่อ
การเผยแผ่พระพุทธศาสนา นอกจากนั้นก็ยังมีพระเถระ
ที่มีความจัดเจนในด้านกฎหมาย และศาสตร์อื่นๆ อีก
จำนวนมากที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา จึงทำให้
เกิดการวางรากฐาน ความเป็นอยู่ การปกครองและ
การเผยแผ่พระสัทธรรม ในยุคพุทธกาลพระพุทธศาสนา
จึงกลายเป็นศาสนาที่ยอมรับในชนชั้นปกครอง นักวิชา
การ ทหาร แม้กระทั่งพราหมณ์ผู้นับถือคัมภีร์พระเวท
หลายคนอีกด้วย
ชุมของสงฆ์ การพูดแต่ละครั้งในกรรมวาจาจารย์นั้น
มักจะเริ่มต้นว่า “สุนา ตุเม ภันเต สังโฆ...” โดยถือเอา
ผู้ฟังเป็นใหญ่ คือสงฆ์ทั้งหมด ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็
จะได้ความว่า “ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า” ซึ่งแตกต่างจาก
การประชุมแบบรัฐสภาของทางโลก ซึ่งมักถือเอาประ
ธานเป็นใหญ่ และมักจะเริ่มการพูดด้วยคำว่า “ข้าแต่
ท่านประธานที่เคารพ” หรือ “ข้าแต่ท่านประธาน
ส่วนพระกรรมวาจาจารย์นั้นก็คือ ผู้ที่สงฆ์แต่งตั้ง
ขึ้นไปเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบว่า บุคคลที่กำลังจะเข้า
ตรงกันข้ามกับในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงรูปแบบของ มาบวชนั้นมีคุณสมบัติถูกต้องพร้อมเพรียงเพียงใด สม
การปกครองในลักษณะสังคมประชาธิปไตยยุคใหม่ ซึ่ง ควรที่จะบวชได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์พิเศษ
เป็นค่านิยมที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในสหรัฐอเมริกา และใน ของพระพุทธศาสนา และการบวชนั้นเป็นการรับเข้าหมู่
ประเทศเกือบทุกประเทศในโลกขณะนี้ พระภิกษุส่วน มีการลงประชามติเอกฉันท์ของพระภิกษุทุกรูปที่เข้าร่วม
ใหญ่ก็ยากที่จะวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะของสังคม ประชุมนั้น หากมีพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งคัดค้านหรือไม่
เหล่านั้นให้ใกล้เคียงกับในพระพุทธศาสนา ทั้งที่ใน เห็นด้วย ให้มตินั้นตกไป การบวชก็จะไม่เป็นผล ซึ่ง
เนื้อแท้ของสังคมสงฆ์เน้นถึงความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เป็นพิธีกรรมที่มีรากฐานใกล้เคียงกับหลักประชาธิปไตย
ของความเป็นพระภิกษุ โดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง อย่างชัดเจน และคำภาษาบาลีแต่ละคำถือว่าเป็นคำ
กําหนดพื้นฐานของความเป็นอยู่ของพระภิกษุไว้เพียง ศักดิ์สิทธิ์ นาคผู้บวชหรือพระภิกษุที่นั่งเป็นพระอันดับ
ปัจจัย ๔ คือให้มีเพียงสอง เสนาสนะต่างๆ เครื่อง นั้นอาจจะไม่รู้ความหมายในกรรมวาจานั้นแต่อย่างใดเลย
บริขารและยารักษาโรค (คิลานเภสัช) ที่พระแต่ละรูป ก็มี
พึงมีพึงได้ ในพระธรรมวินัยทรงวางระบบของการที่
พระภิกษุพึงปฏิบัติต่อกัน ในลักษณะของความเป็นหมู่
คณะ รวมไปถึงการดูแลและการพยาบาลซึ่งกันและกัน
ก็ได้ทรงกำหนดไว้ในพระวินัยเช่นเดียวกัน เท่ากับว่า
การสาธารณสุขมูลฐานเบื้องต้นของสงฆ์ได้ก่อกำเนิดขึ้น
แล้วในสมัยพุทธกาล อีกทั้งประเพณีและการกำหนด
วัตรปฏิบัติต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่สงฆ์กระทำขึ้นร่วมกันบน
พื้นฐานของธรรมาธิปไตย ยกตัวอย่างเช่น การบวชพระ
อันเป็นประเพณีที่เราทำสืบๆ กันมา ถ้าเราศึกษาในราย
ละเอียดของกรรมวาจาที่พระภิกษุใช้ในสังฆกรรมของการ
SCN ROS
ศิลปินเร่ร่อนกำลังตั้งวงริมถนนในย่านฮาร์วาร์ดสแควร์
๕๐ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๖