ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครูของลูก ครูของศิษย์ ครูของโลก
ต่อจากหน้า ๔๔
"วิสัยครูดูอย่างเหมือนช่างปั้น
ต้องคาดคั้นโขลกสับแทบจับไข้
ไม่สันทัดขัดแต่งรุนแรงไป
ก็บรรลัยแยกร้าวลงแหลกราญ
อันภูมิครูดูได้จากลูกศิษย์
เหมือนดูช่างชาญประดิษฐ์จากเชิงสาน
มีลูกศิษย์หัวรั้นอันธพาล
เขาประจานด่าครูไม่ดูแล
อย่าว่าแต่บุคคลธรรมดาเลย แม้แต่พระพุทธเจ้า
ทั้งหลาย ก็ยังมีความแตกต่างกันในเรื่องนี้ จึงถูกแบ่ง
ออกเป็น ๒ ประเภท
พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้วไม่สอนใคร เพราะขาด
คุณสมบัติในการถ่ายทอดความรู้ เรียกว่า พระปัจเจก
พุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้วทรงถ่ายทอดความรู้นั้นให้
รู้โดยทั่วกัน และสามารถถ่ายทอดได้เก่งที่สุดในโลกอีกด้วย
เรียกว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า
พระสัพพัญญูพุทธเจ้านั้นกว่าจะบังเกิดขึ้นสักพระ
องค์หนึ่งนั้น ใช้เวลานานนับไม่ถ้วน และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
ก็สามารถนำสรรพสัตว์ให้ออกจากกองทุกข์ได้ แต่พระ
ปัจเจกพุทธเจ้าเกิดขึ้นบ่อย นับเป็นพันเป็นแสน แต่ไม่
สามารถสอนใครได้เลย ดังนั้น กิตติศัพท์อันงามของพระ
พุทธองค์จึงได้ฟุ้งขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศว่า
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา,
เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
แปลว่า กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้า
นั้น ได้ฟังไปแล้วอย่างนี้ว่า
พระองค์ทรงเป็นผู้ไกลจากกิเลส
ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
ทรงเป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
ทรงรู้จักโลกอย่างแจ่มแจ้ง
ทรงสามารถฝึกบุคคลที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใคร
ยิ่งกว่า
ทรงเป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น คือหมดสิ้นจากกิเลส ทรงเป็น
ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ทรงเป็นผู้มีความเจริญ จำแนกธรรมทั้งหลายเพื่อ
สั่งสอนสรรพสัตว์
นี่แหละคือ "ครูของโลก ไม่ว่าจะเป็นครูของลูก
ครูของศิษย์ หรือครูของโลก ทั้ง ๓ บทบาทนั้นแตกต่าง
กันที่ผู้สอน
พระสมณโคดมพุทธเจ้าทรงเป็นทั้งครูของลูก คือ
สอนพระราหุลให้เข้าถึงธรรม หมดกิเลสเข้าสู่นิพพาน ทรง
เป็นทั้งครูของศิษย์ มีพระสงฆ์สาวกมากมาย และทรง
เป็นครูของโลก แม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน
นานแล้ว แต่ยังมีคนอีกกว่าครึ่งโลกที่เป็นศิษย์ของท่าน
พระพุทธองค์ทรงเป็นครูทั้ง ๓ บทบาทนั้นได้อย่าง
พฤษภาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๕๗