ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเถระ : เปรียบเหมือนพราหมณ์มี
ภรรยา ๒ คน คนหนึ่งมีบุตรชายอายุ
๑๐-๑๒ ปี อีกคนหนึ่งมีบุตรอยู่ในครรภ์
ถ้าพราหมณ์ตายลง แล้วบุตรชายบอก
แม่เลี้ยงว่า สมบัติของบิดาตกเป็นของ
เขาหมดตามธรรมเนียมแล้ว มารดา
เลี้ยงจะค้านว่าให้รอก่อน เพราะถ้าบุตร
ของนางที่เกิดเป็นชาย เขาควรจะได้
มรดกครึ่งหนึ่ง บุตรเลี้ยงเช้าจะเอา
พระเจ้าปายาสิ : ไม่อยาก
พระเถระ : เพราะเหตุไร
พระเจ้าปายาสิ : เพราะหลุมอุจจาระ
ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น
พระเถระ : มนุษย์ก็เป็นผู้ไม่สะอาด มี
อายุยืนขนาดนั้น ข้าพเจ้าไม่เชื่อเลย
พระเถระ : เปรียบเหมือนคนตาบอด
แต่กำเนิด มองไม่เห็นอะไรเลยจึงกล่าว
ว่า สีดำ สีขาว สีแดงไม่มี คนที่เห็นสี
เช่นนั้นก็ไม่มี ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวง
กลิ่นเหม็นสำหรับเทวดาทั้งหลาย อาทิตย์ก็ไม่มี เพราะข้าพเจ้าไม่เห็น
เพราะฉะนั้นพวกที่ทำความดีไปสู่โลก สิ่งนั้นจึงไม่มีดังนี้ ผู้นั้นจะชื่อว่ากล่าว
ถูกต้องหรือไม่
พระเจ้าปายาส : สมณพราหมณ์บาง พระเจ้าปายาสิ : ไม่ควรพูดอย่างนั้น
พวกกล่าวว่า ผู้ทำความดีจะไปสู่โลก พระเถระ : พระองค์ปฏิเสธเรื่องเทว
สวรรค์เป็นสหายของเทวดาชั้นดาวดึงส์ ดาชั้นดาวดึงส์ก็เพราะมองไม่เห็น แต่
ข้าพเจ้าจึงสั่งคนที่ทำความดีว่า เมื่อ สมณพราหมณ์บางพวกมีจักษุทิพย์มอง
ไปเกิดในที่เช่นนั้นแล้ว ขอให้กลับมา เห็นโลกนี้ โลกอื่น และสัตว์โอปปาติกะ
บอกด้วย พวกนั้นรับคำแต่ไม่กลับ ได้ เรื่องของปรโลกเห็นได้ด้วยจักษุ
มาบอกเลย จึงไม่เชื่อว่าโลกอื่นมี ทิพย์ ไม่ใช่จะเห็นได้ด้วยตาเนื้อของ
สวรรค์จะกลับมาบอกอย่างไร
:
พระเถระ : ร้อยปีของมนุษย์เป็นคืน มนุษย์ธรรมดา
หนึ่งกับวันหนึ่งของเทวดาชั้นดาวดึงส์ พระเจ้าปายาส : สมณพราหมณ์ที่มี
เทวดาชั้นนี้มีอายุขัยประมาณ ๑ พันปี
ศีลธรรมดี ถ้าเชื่อว่าตัวเองตายแล้ว
ทิพย์ ผู้ทำความดีเมื่อไปเกิดในที่นั้น จะไปสู่โลกสวรรค์ ทำไมไม่รีบดื่มยาพิษ
แล้ว คิดว่าอีก ๒-๓ วันจะไปบอกพระ
เจ้าปายาส พระองค์คิดว่าเขาจะมา
บอกได้หรือไม่
พระเจ้าปายาสิ : บอกไม่ได้ เพราะ
ข้าพเจ้าคงตายไปนานแล้ว แต่ใครบอก
แก่ท่านเล่าว่า เทวดาชั้นดาวดึงส์มี
๒๖ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๖
เชือดคอตาย ผูกคอตาย หรือโดดเหว
ตายเสียเร็ว ๆ จะได้ไปอยู่โลกอื่นที่ดี
กว่า แต่คงเพราะไม่เชื่อ จึงรักชีวิตไม่
อยากตาย
ข้าพเจ้าจึงไม่เชื่อว่าโลก
อื่นมี สัตว์โอปปาติกะมี และผลแห่ง
กรรมดีกรรมชั่วมี
มรดกให้ได้ ถ้ามารดาเลี้ยงผู้นั้นเอา
มีดผ่าท้องตัวเอง เพื่อจะดูว่าลูกในท้อง
เป็นหญิงหรือชายเพื่อสิทธิ์ในมรดก
นางก็เหมือนคนโง่ทำลายตัวเอง และ
ทำลายบุตรในครรภ์ สมณพราหมณ์ผู้
เป็นบัณฑิตย่อมไม่โง่เขลาชิงสุกก่อน
ห่าม ท่านย่อมรอเวลาอยู่ ยิ่งรอนาน
เท่าไรคนอื่นก็ยิ่งได้บุญมาก ส่วนท่าน
เองก็จะทำประโยชน์อนุเคราะห์แก่
มนุษย์และเหล่าสรรพสัตว์ได้มาก
พระเถระอธิบายแจกแจงขนาด
นี้ พระเจ้าปายาสิยังไม่ทรงยอมเชื่อ
ง่ายๆ ทรงเล่าต่อไปว่า ท่านพิสูจน์มา
แล้วว่า ตายแล้วสูญไม่มีวิญญาณออก
จากร่างไปสู่โลกอื่น ท่านทดลองเอา
นักโทษมาต้มในหม้อจนตาย แล้วแง้ม
ฝาหม้อดูว่ามีวิญญาณออกมาหรือไม่
ก็ไม่เห็นมี จึงไม่ทรงเชื่อเรื่องโลกอื่นมี
พระเถระอุปมาอุปไมยเป็นคำ
ถามกลับมาว่า เวลาพระองค์บรรทม
หลับตอนกลางวันแล้วฝันไป คิดว่า
คนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระแท่นจะเห็นวิญ
ญาณของพระองค์ออกจากร่างไปเที่ยว
ยังสถานที่ฝันถึงหรือไม่
- พระเจ้าปายาสิทรงยอมจำนน
ด้วยเหตุผลของพระเถระในที่สุด ว่า
โลกหน้ามีนรกสวรรค์มี พระเถระสรร
เสริญพระองค์ว่า เป็นนักคิดนักพิสูจน์