ข้อความต้นฉบับในหน้า
แนวคิดทางตะวันออก โลกทางวัตถุเป็นเรื่อง อเล็กซานเดรียสูญสิ้นบทบาทในฐานะ
หยาบกระด้าง เป็นสมุหเหตุพื้นฐานรองรับความ การเป็นเวทีแลกเปลี่ยนปรัชญา และความคิด
ชั่วทั้งปวง พวกที่เป็นคริสเตียนได้รับอิทธิพล ที่ เห็นกันในปี ค.ศ.๖๔๒ เมื่อพวกอาหรับเข้ามามี
เรียกว่า จูดาย-คริสเตียน ซึ่งมีตำนานเก่าแก่ มี อิทธิพลเต็มที่แล้ว ก็ได้จัดแปลตำราและเก็บ
ข้อความคล้ายกับการสนทนาธรรมในมิลินทปัญหา งานทางตะวันออกและทางตะวันตกไว้ส่วนหนึ่ง
ทฤษฎีของพวก Gnosticism เช่นของ
Basilicates นั้นมีรากฐานความเชื่อมาจากตะ
วันออก Basilidates เป็นพวก Gnostic ช่วงที่
แพร่หลายในเมืองอเล็กซานเดรีย ใน ค.ศ.๑๒๕
ประวัติและความเป็นมาลึกลับไม่มีใครทราบ เว้น
แต่ผ่านทางงานของ Clement (อ้างแล้วข้างต้น)
สัจธรรมสูงสุด ไม่ใช่โลกทางวัตถุ การเข้าถึง
สัจจะผ่านขั้นตอนต่างๆ หลายขั้นตอน เป็นลำดับ
ชั้นจากหยาบไปสู่ความละเอียดทางพุทธปัญญา
พระเยซูก็บรรลุ “อรหันต์” (ตามความ
หมายของ Gnostic) คือผ่านขั้นตอนทางปัญญา
ไปสู่แสงสว่างแห่งธรรมะจนถึงสัจธรรมสูงสุด และ
การรู้จริงในทุกสิ่งทุกอย่าง (ในศัพท์พุทธศาสนา
คือตรัสรู้นั่นเอง)
๑๑๗-๓๘
Basilidates มีอายุอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.
- ยุคสมัยเฮเดรียนโรม” เขาเชื่อใน “ทุกข์”
ซึ่งมีที่มาของความสัมพันธ์ของกรรม แต่ Basilides
ได้อธิบายถึงกรรมในปางก่อนหรือ “กรรมเก่า”
ว่ามีที่มาจากชาติก่อนในภพที่ผ่านมา จึงต้องมา
“ชดใช้กรรม” ในชาตินี้ เขายังเชื่อในเรื่องบ่วง
กรรม และการเวียนว่ายตายเกิดอีกด้วย เฉพาะ
อย่างยิ่งในจอห์น บทที่ ๔.๒ โรมัน ๙.๙ ได้มี
ทัศนะเหล่านี้ปรากฏอยู่
“วิญญาณไม่มีคุณภาพโดยตัวของมัน แต่
ห่อหุ้มด้วยกิเลส”
ความคิดนี้ตรงกับ “ขันธ์” ในศาสนาพุทธ
เป็นภูมิปัญญาของชนชั้นนำ กระทั่งพวกมอง
โกลรุกเข้ามาในปี ค.ศ.๑๒๕๘ บทบาทของอเล็ก
ซานเดรีย และอิทธิพลตกค้างจึงได้หมดสิ้นไป
10
(ตอนต่อไป เอเชียอาคเนย์)
ลลิตา วิสตารคือพระสูตร Lalita Vistara หรือ The Sutra on
Universal lllumination
วินเซนต์ สมิธ เป็นนักประวัติศาสตร์ผู้เขียนประวัติศาสตร์
อินเดีย The Oxford : History of India อันเลื่องชื่อ ตีพิมพ์
ครั้งแรกในปี ค.ศ.๑๙๓๙
a
5
แมกซ์ มูลเลอร์ เป็นนักประวัติศาสตร์พุทธ ชาวเยอรมัน ใน
ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ ๑
ยุคสมัยเฮเดรียนโรมคือยุค ของจักรพรรดิเฮเตรียน (Publius
Aelius Hadrianus) มีชีวิตใน ค.ศ.๑๑๙-๑๓๘ บุกโจมตีอาณา
จักรพวกปาเถียนระหว่างปี ค.ศ.๑๑๓-๑๑๗ ใช้นโยบาย
ปลดปล่อยแผ่นดินที่ปกครองไม่ได้ เช่น เมโสโปเตเมีย อาร์มี
2
เนีย โดยยกเมโสโปเตเมียไปให้กับพวกปาเลียน
"อเล็กซานเดรีย เป็นเมืองท่าสำคัญในอียิปต์ ตั้งโดยพระเจ้า
อเล็กซานเดอร์มหาราชในปี ๓๓๒ ก่อนคริสตกาล เป็นทั้ง
ฐานทัพและฐานพาณิชย์นาวี เชื่อมแมซิโดเนียกับลุ่มน้ำไนล์
ในอียิปต์ เป็นศูนย์กลางการค้า การแลกเปลี่ยนนักปราชญ์
และวัฒนธรรม ศาสนา ความคิดระหว่างยุโรป อาหรับ อินเดีย
เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมกรีกและชุมชนชาวยิวที่สำคัญ
โดยเชื่อมเข้ากับเอเชียและยุโรป เป็นแหล่งเก็บหนังสือและ
ศาสตร์ต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนั้น
GO
เมืองอเล็กซานเดรียปกครองโดยกรีกและโรม เป็น
ศูนย์กลางการศึกษาคล้ายตักศิลา ต่อมาในปีที่ ก่อน
คริสตกาลตกอยู่ในอำนาจของพวกโรมัน จูเลียตซีซาร์กับคลี
โอพัตราและมาร์ค แอนโทนี่ใช้เป็นฐานปกครองร่วมกัน ช่วง
หนึ่งมีประชากรถึง ๓ แสนคน ไม่นับพวกทาสจากเอเชียและ
นั่นเอง และ “การเกาะหรือห่อหุ้มด้วยกิเลส” อัฟริกา ในปี ค.ศ.๖๑๖ กษัตริย์เปอร์เซีย Choroes II เข้า
เหล่านี้แหละที่ตรงกัน
นอกจากนี้ “พระผู้เป็นเจ้า” ยังเป็นสิ่งที่
คาดเดาไม่ได้ และปราศจากการดำรงอยู่ การ
สูญสิ้นหรือดับสูญของพระเยซูนั้น เทียบได้กับ
การไปนิพพาน
ยึดครอง ต่อมาในปี ค.ศ. ๖๔๐ พวกอาหรับเข้ายึดครอง
เมื่อกาลิปโฮมาร์เข้ายึดอเล็กซานเดรีย ได้ยึดวังถึง
๔,๐๐๐ วัง สระว่ายน้ำ ๕,๐๐๐ แห่ง และมีผิวอยู่ถึง
ประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก
๔๕๐,๐๐๐ คน
โดยสรุปแล้ว อเล็กซานเดรียในฐานะเมืองแห่งปัญญา
๓๐๖ ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ.๖๔๒
เฟื่องฟูมากในช่วง
พฤษภาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๙