ข้อความต้นฉบับในหน้า
คุณแม่สุนทรี มัฆวิบูลย์
ต่อจากหน้า ๓๒
แล้วก็เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตร มั่นใจว่า จะไม่ผิดพลาด
ศาสตร์ ดูๆ ท่านมีความสุขกับการเรียน “เรื่องของทางเลือกในชีวิต แม่
ควบคู่ไปกับการเข้าวัดปฏิบัติธรรมมาก ก็ให้ท่านได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ท่าน
จิตใจของท่านผูกพันและมุ่งมั่นอยู่ในบุญ ก็เลือกเดินทางที่แม่เห็นแล้วว่าถูกต้อง
กุศลตลอด ก็สบายใจ ไม่มีกังวลอะไร ดีงาม แม่ก็ดีใจ สบายใจ ท่านดูแล
กับท่านเลย”
ประคับประคองชีวิตของตัวเองได้ดี
บนเส้นทางของชีวิต แม่มี มาตลอด ไม่เคยมีด่างพร้อย ไม่เคย
ไปอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ในขณะนั้น
ก็ไปทำงานที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ไปด้วย ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ชีวิต
ของท่านก็วนเวียนอยู่ที่วัดและที่ทํางาน
๕ ปีให้หลังท่านจึงลาออกจากงาน
และมาช่วยวัดอย่างเต็มที่”
การที่ลูกชายคนเดียวซึ่งเป็นสุด
รักของแม่ได้มอบชีวิตให้กับพระศาสนา
ไม่ใช่เป็นการสูญเสีย แต่กลับเป็นการ
ได้ชีวิตที่สูงค่าเกินกว่าทรัพย์ศฤงคารใดๆ
ในจักรวาล
“ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ท่านก็ได้บวช
แม่เองก็ปีติมาก ปลื้มใจที่ได้เห็นลูกอยู่
ในเพศบรรพชิตได้ห่มผ้ากาสาวพัสตร์
สมดังที่ท่านได้ตั้งความปรารถนาไว้
ตั้งแต่เด็ก ๆ แม่เองก็พลอยได้บุญไป
กับท่านด้วย ชีวิตของท่านเองก็จะได้
เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นบ้าง แม่ภูมิใจ
เป็นที่สุด ตอนนี้มีความสุขอยู่กับบุญ
ตลอด หมดห่วงหมดกังวล เช้าตื่นขึ้น
มาก็ใส่บาตร วันอาทิตย์ต้นเดือนก็ไป
วัด ก่อนนี้ไปวัดทุกวันอาทิตย์ เดี๋ยวนี้
ไม่ไหวสุขภาพมันไม่เอื้ออำนวย ในวัน
อาทิตย์ธรรมดาก็เปิดวิทยุฟังธรรมที่
หลวงพ่อหลวงพี่ท่านเทศน์ สบายใจดี”
การที่ลูกชายคนเดียวของแม่ได้
เป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย ทำให้
แม่ได้บุญใหญ่ แม่จึงได้ชื่อว่าเป็นญาติ
อย่างยิ่งในพระพุทธศาสนา นับเนื่อง
ให้แม่ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม ได้
ส่วนแห่งบุญจากการบวชของลูกอย่าง
ต่อเนื่องและเต็มที่ ทำให้แม่ได้พบที่พึ่ง
ที่แท้จริงของชีวิตซึ่งไม่มีที่พึ่งอย่างอื่น
ส่วนสำคัญยิ่งที่จะเกื้อกูลสนับสนุน ทำให้ครอบครัวต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ที่จะต้องแสวงหาอีกแล้ว
เป็นกำลังใจให้ลูกได้ก้าวตรงไปในทิศ และหลังจากที่ท่านได้เรียนจบที่มหา
ทางที่เลือกสรรแล้วอย่างถูกต้อง และ วิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ท่านก็เข้า
๔๐ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๖