การสนทนาระหว่างพระโกกาลิกะและพระพรหม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 8 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 113

สรุปเนื้อหา

“ท่านเป็นใครล่ะ” พระโกกาลิกะถาม พระราชาทรงเห็นด้วย ปุโรหิตให้ช่างทำประตู เหมาะกับการประกอบพิธีพลีกรรม ในพิธีต้อง “เราคือตุที่พรหม เป็นอุปัชฌาย์ของเธอไงล่ะ เมืองสำเร็จแล้ว กราบทูลว่า พรุ่งนี้เป็นวันฤกษ์ดี โกกาลิกะ” “อ้าว ก็ไหนพระพุทธเจ้าบอกว่าท่านเป็น เชิญเทวดาที่มีศักดิ์ใหญ่มารักษาประตู จำเป็น พระอนาคามีไปแล้วไม่ใช่หรือ พระอนาคามีตายแล้ว จะไม่มาที่โลกมนุษย์ไง สงสัยท่านไม่ใช่พระพรหม ต้องฆ่าพราหมณ์ที่มีนัยน์ตาเหลือง มีเขี้ยวงอก ออกมา เอาเนื้อและเลือดของเขาทำพลีกรรม แล้ว หรอก คงจะเป็นยักษ์ตามกองขยะมากกว่าละมั้งไป ฝังลงใต้ทราย แล้วตั้งประตูลงบนซากของเขานั้น ไปเสียเถอะ อย่ามาพูดจาหลอกลวงเราเลย” “ถ้าท่านไม่เชื่อเราก็แล้วไปเถิด เราช่วยท่าน ได้แค่นี้” แล้วที่พรหมก็กลับไปสู่พรหมโลก จึงจะเกิดความสวัสด

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาระหว่างพระโกกาลิกะและพระพรหม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ท่านเป็นใครล่ะ” พระโกกาลิกะถาม พระราชาทรงเห็นด้วย ปุโรหิตให้ช่างทำประตู เหมาะกับการประกอบพิธีพลีกรรม ในพิธีต้อง “เราคือตุที่พรหม เป็นอุปัชฌาย์ของเธอไงล่ะ เมืองสำเร็จแล้ว กราบทูลว่า พรุ่งนี้เป็นวันฤกษ์ดี โกกาลิกะ” “อ้าว ก็ไหนพระพุทธเจ้าบอกว่าท่านเป็น เชิญเทวดาที่มีศักดิ์ใหญ่มารักษาประตู จำเป็น พระอนาคามีไปแล้วไม่ใช่หรือ พระอนาคามีตายแล้ว จะไม่มาที่โลกมนุษย์ไง สงสัยท่านไม่ใช่พระพรหม ต้องฆ่าพราหมณ์ที่มีนัยน์ตาเหลือง มีเขี้ยวงอก ออกมา เอาเนื้อและเลือดของเขาทำพลีกรรม แล้ว หรอก คงจะเป็นยักษ์ตามกองขยะมากกว่าละมั้งไป ฝังลงใต้ทราย แล้วตั้งประตูลงบนซากของเขานั้น ไปเสียเถอะ อย่ามาพูดจาหลอกลวงเราเลย” “ถ้าท่านไม่เชื่อเราก็แล้วไปเถิด เราช่วยท่าน ได้แค่นี้” แล้วที่พรหมก็กลับไปสู่พรหมโลก จึงจะเกิดความสวัสดีแก่บ้านเมือง พระเจ้าพรหมทัตก็แล้วแต่ปุโรหิต ปุโรหิตดีใจ คิดว่า ดีล่ะ พรุ่งนี้เราจะได้ฆ่าศัตรูละ มันมาเป็นชู้ บ กับเมียเรา เอามันไว้ไม่ได้ ครั้นพอกลับถึงบ้าน พระโกกาลิกะสิ้นชีวิตในไม่ช้าแล้วไปบังเกิด เห็นหน้าเมีย ก็บอกว่า ในปทุมนรก แหวกว่ายอยู่ในน้ำ ที่มีบัวใบแหลม “นี่แน่ะ อีคนชั่ว ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป จึงไม่มีทาง เป็นคมหอกคมดาบคอยมาดให้เจ็บปวดทุกข์ทรมาน ได้เสพสุขกับชู้รักของมึงหรอก พรุ่งนี้พระราชาจะ ตามกรรมที่ชอบใช้ปากกล่าววาจาเชือดเฉือนผู้อื่น ให้กูฆ่าชายชู้ของมึง” เรื่องนี้ภิกษุทั้งหลายพากันกล่าวขวัญถึงใน “ไม่มีทางหรอก เขาไม่ได้ทำความผิด จะถูก “ได้ เพราะพระราชาสั่งให้ทำพลีกรรม ธรรมสภา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบ จึง ฆ่าได้ยังไง!” ตรัสว่า มิใช่แต่ชาตินี้เท่านั้นที่พระโกกาลิกะต้อง ได้รับทุกข์ทรมานเพราะปากของตน เมื่อชาติก่อน ด้วยเนื้อและเลือดของพราหมณ์ที่มีเขี้ยวและมีตา ก็เช่นเดียวกัน แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า เหลืองเพื่อตั้งพระทวาร คนลักษณะอย่างนี้มีหลาย ดังนี้ คนในกรุงพาราณสี แต่กูจะให้จับชู้มึงมาฆ่า ฮ่ะ ฮ่ะ นางได้ฟังแล้ว รีบนิ่งเสีย แล้วหาโอกาสไป ฮ่ะ!” ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี ปุโรหิตของ พระเจ้าพรหมทัตเป็นผู้มีนัยน์ตาเหลือง มีเขี้ยวงอก ออกมา ภรรยาของปุโรหิตได้มีชู้กับชายผู้มีลักษณะ บอกชายชู้ให้ทราบ พร้อมกับชวนคนที่มีลักษณะ เช่นเดียวกับปุโรหิต แม้ปุโรหิตจะว่ากล่าวห้ามปราม เช่นว่านี้หลบหนีไปในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นข่าวนี้ก็ยิ่ง นางก็ไม่เชื่อฟัง ปุโรหิตจึงคิดหาทางกำจัดชายชู้ แพร่หลายไปทั่วพระนคร คนที่มีลักษณะดังที่ว่านี้ ให้ได้ ก็พากันหลบหนีไปหมด ปุโรหิตไม่ทราบว่า คนที่มีเขี้ยวและตาเหลือง ได้หลบหนีไปหมดแล้ว เขากราบทูลพระราชาว่า มีคนลักษณะเช่นนี้อยู่ที่บ้านนั้น ๆ ซึ่งเป็นบ้านขาย แต่พอทหารไปจับก็ไม่พบแล้ว แม้จะไปหาคนที่มี ลักษณะเช่นนี้ที่บ้านอื่น ๆ เขาก็หลบหนีไปหมด วันหนึ่ง ปุโรหิตกราบทูลพระราชาว่า พระ นครของพระองค์มีความยิ่งใหญ่ เป็นเลิศกว่า เมืองอื่น ๆ แต่มีข้อเสียคือ ประตูด้านทิศใต้ไม่ต้อง ด้วยลักษณะของประตูเมือง ไม่เป็นมงคล ควรจะ รื้อสร้างใหม่ แล้วทำพิธีเซ่น บวงสรวงเปรตที่รักษา พระนคร พร้อมกับตั้งประตูใหม่ตามมงคลฤกษ์ แล้ว สิงหาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More