การเข้าถึงปฐมฌานและความสุขในฌาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 8 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 113

สรุปเนื้อหา

ถ้าเป็นพระโสดาจึงจะเต็ม ๕ วา ถ้ายังไม่ถึงพระโสดาหย่อนกว่า ๕ วา หน้าตักของธรรมกายนั่นโตเท่าไหน ดวงญาณก็โตเท่านั้น ดวงญาณ นั่นแหละ สำหรับรู้ละนั่นแหละ สมม ปญฺญาย ปสฺสติ เห็นตาม ปัญญาอันชอบเห็นชัด ๆ ทีเดียว ดวงญาณของธรรมกายขยายออกไป ดังนั้นเมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว ธรรม กายจะเห็น ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ต้องเข้าสมาบัติ ธรรมกายต้องเข้าสมาบัติ ธรรมกาย นั่งนิ่งเพ่งฌานทีเดียว ใจหยุดนิ่งอยู่ ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรม กาย หยุดนิ่ง เมื่อนิ่งถูกส่วนเข้าแล้ว ที่ธรรมกายนั่งนั่นแหละเกิดเป็น ดวงฌานขึ้น วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วา ๘ ศอก กลมเป็นวงเวียนเป็นกง จักร กลมเป็นกงเกวียนที่เดียว เหมือนแผ่นกระจกหนาคืบหนึ่ง วัด ผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วาหนาคืบหนึ่ง รองนั่งของธรรมกายนั้นมาจากไหน ดวงฌานที่เกิดขึ้

หัวข้อประเด็น

- การเข้าถึงปฐมฌานและความสุขในฌาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าเป็นพระโสดาจึงจะเต็ม ๕ วา ถ้ายังไม่ถึงพระโสดาหย่อนกว่า ๕ วา หน้าตักของธรรมกายนั่นโตเท่าไหน ดวงญาณก็โตเท่านั้น ดวงญาณ นั่นแหละ สำหรับรู้ละนั่นแหละ สมม ปญฺญาย ปสฺสติ เห็นตาม ปัญญาอันชอบเห็นชัด ๆ ทีเดียว ดวงญาณของธรรมกายขยายออกไป ดังนั้นเมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว ธรรม กายจะเห็น ทุกขสัจ สมุทัยสัจ นิโรธสัจ มรรคสัจ ต้องเข้าสมาบัติ ธรรมกายต้องเข้าสมาบัติ ธรรมกาย นั่งนิ่งเพ่งฌานทีเดียว ใจหยุดนิ่งอยู่ ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรม กาย หยุดนิ่ง เมื่อนิ่งถูกส่วนเข้าแล้ว ที่ธรรมกายนั่งนั่นแหละเกิดเป็น ดวงฌานขึ้น วัดผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วา ๘ ศอก กลมเป็นวงเวียนเป็นกง จักร กลมเป็นกงเกวียนที่เดียว เหมือนแผ่นกระจกหนาคืบหนึ่ง วัด ผ่าเส้นศูนย์กลาง ๒ วาหนาคืบหนึ่ง รองนั่งของธรรมกายนั้นมาจากไหน ดวงฌานที่เกิดขึ้นนะมาจากไหน ที่มาของดวงฌานน่ะมีมาก มาจาก กสิณก็เป็นดวงฌานได้ มาจากดวง ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ก็เป็น ดวงฌานได้ แต่ว่าเมื่อถึงธรรมกาย แล้ว ใช้ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย มนุษย์นั่นเอง เป็นปฐมฌาน ขยาย ส่วน เห็นใส เมื่อดูใสแล้วก็ขยาย ส่วนออกไป ขยายส่วนออกไป ๒ วา กลมรอบตัวแต่ว่าหนาคืบหนึ่ง กลม เหมือนยังกับกงจักร หรือกงเกวียน 66 b อ้ายที่มาเกิด เป็นอบายภูมิทั้ง ๔ มนุษย์ ๑ สวรรค์ 5 ชั้นนี ใครให้เกิดละเห็นทีเดียวแหละ เห็นทีเดียว ทุกขสมุปปาท คณฺหา ตัณหานี่แหละเป็นแดน ให้เกิดพร้อมทีเดียว กลมเหมือนอย่างวงเวียนอย่างนั้น หนาคืบหนึ่ง ใสเป็นแก้วผลึกทีเดียว รองนั่งของธรรมกาย ธรรมกายเมื่อ เข้าถึงปฐมฌานเช่นนั้น นั่นแหละ พอถึงปฐมฌานเข้าเช่นนั้น ก็มีวิตก วิจาร วิตก ความตรึก วิจาร ความ ตรอง ปีติ ชอบเนื้อชอบใจ วิตกว่า ฌานนั้นมันมาจากไหน เห็นแล้ว มันมาจากนั่น วิจารไตร่ตรองไป ตรวจตราไปถี่ถ้วน เป็นของที่ไม่มี ที่ติ ปลื้มอกปลื้มใจ ดีอกดีใจ มี ความปีติขึ้น ปลื้มอกปลื้มใจ เต็มอก เต็มใจ เต็มส่วนของปีติ มีความสุข นิ่งอยู่กลางฌานนั่น สุขในฌานอะไร จะไปสู้ ในภพนี้ไม่มีสุขเท่าถึงดอก สุขในฌานนะ สุขสมสมบัตินั่นแหละ สมบัติกษัตริย์ก็ไม่อยากได้ สุขใน ฌานนะ สุขนักหนาทีเดียว เต็มส่วน ของความสุขก็หนึ่ง เฉยวิเวกวังเวง เปลี่ยวเปล่า เรามาคนเดียวไปคน เดียวหมดทั้งสากลโลก คนทั้งหลาย ไปคนเดียวทั้งนั้น ไม่มีคู่สองเลย จะเห็นว่าลูกสักคนหนึ่งก็ไม่มี สามี สักคนหนึ่งก็ไม่มี ภรรยาสักคนหนึ่ง ก็ไม่มี ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างตาย ต่างคนต่างเกิด เป็นจริงอย่างนี้ ปล่อยหมด ไม่ว่า อะไรไม่ยึดถือทีเดียว เรือกสวนไร่นา ตึกร้านบ้านเรือน ก่อนเราเกิดเขาก็ มีอยู่อย่างนี้ หญิงชายเขาก็มีกันอยู่ อย่างนี้ เราเกิดแล้วก็มีอยู่อย่างนี้ เราตายไปแล้วมันก็มีอยู่อย่างนี้ เห็น ดิ่งลงไปทีเดียวเข้าปฐมฌานเข้าแล้ว ๑๖ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More