ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาติดแหง็กอยู่อย่างนี้
ผมนึกด่าด็อกเตอร์สาวอย่าง
หงุดหงิด พอเห็นไฟเบื้องหน้าเปลี่ยน
สี ผมรีบเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งรถ
พุ่งออกไปทันที
“โครม...”
เสียงดังแสบแก้วหูกับแรง
กระแทกอย่างรุนแรง ทำให้ผมร้อง
ตะโกนขึ้นมาสุดเสียง
“ยายเชือก...”
จากนั้นทุกอย่างพลันมืดสนิท
ผมรู้สึกชัดเจนว่ามีกระแสเย็นเยือก
รุนแรงดูดกระชากร่างของผมลิ่วลึก
ลง ๆ
ในที่หวาดกลัวทําให้ผมกู่ก้อง
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.... ยายเบื้อก ๆ ๆ
ยิ่งร้องกระแสดึงดูดยิ่งรุนแรง
ยิ่งเย็นเยือกและหนาวเหน็บ ทุก
ขุมขนในร่างกายเจ็บปวดรวดร้าว
ราวถูกกรีดด้วยใบมีดโกนคมกริบ
นับจำนวนล้าน ๆ
“นี่มันที่ไหน... ลูกล่ะ...”
พอนึกถึงลูก ความทรมาน
ที่รุมเร้าพลันผ่อนคลายลง อะไร
อย่างหนึ่งสว่างแว่บขึ้นมาทำให้ผม
เกิดความคิดต่อเนื่อง....
“วันนี้พ่อพาหนูเอาเจ้าแต้ม
ไปฉีดยาอีกนะคะ”
“ครับ”
“พ่อหักเงินค่าขนมของหนู
เป็นค่าฉีดยาก็ได้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอกลูก.. พ่อจ่าย
66
ยิ่งร่องกระแสดึงดูด
ยิ่งรุนแรง ยิ่งเย็นเยือก
และหนาวเหน็บ ทุกชุมชนใน
ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าว
ราวกูกกรีดด้วยใบมีดโกน
คมกริบนับจํานวนล้านๆ
เอง”
“พ่อไม่โกรธใช่ไหมคะที่หนู
ทำให้พ่อต้องเสียเงินเพราะเอาแต้ม
มาเสียง”
“ไม่โกรธครับ.. พ่อไม่เคยคิด
เลยว่าจะโกรธลูก”
“หนูรักพ่อจัง”
สองมือของลูกที่โอบรัดรอบ
อของผมนั้น ทำให้หัวใจของผม
พองโตจนล้นออกมานอกเนื้อ
“พ่อก็รักลูก....รัก... ๆ ๆ ๆ...”
เสี้ยวเดียวของเวลาในขณะ
นั้น...ทุกอย่างหยุดนิ่ง...ผมรู้สึกเหมือน
ถูกกระตุ้นขึ้น... แล้วผมก็ลืมตา
“คุณ...”
“พ่อ..”
เสียงร้องเรียกตามมาด้วย
เสียงสะอื้นไห้ ทำให้ผมนึกลำดับ
เรื่องย้อนความทรงจำ
“ ที่ไหน...”
ผมพูดเสียงเบา ลำคอแห้ง
ผาก ร่างกายหนักอึ้ง
“โรงพยาบาลค่ะ”
แม่กับลูกช่วยกันตอบ
“ทำไม”
“พ่อจำไม่ได้หรือคะว่า... พ่อ
ขับรถชนกับรถขนขยะ”
ผมหลับตาลงอย่างอ่อนล้า..
อ่อนใจเหลือเกินกับเรื่องราวที่เกิด
ขึ้น... ที่ภรรยาเล่าให้ฟัง.. ที่มีคู่กรณี
เป็นรถขนขยะ...ช่างน่าทุเรศเสียจริงๆ
อ่านต่อฉบับหน้า
สิงหาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๑๐๑