ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในที่สุด ก็เหลือเพียงปุโรหิตผู้เดียว จะทำ
อย่างไรดี ถ้าจะไม่ฆ่าปุโรหิต รอจนจับคนอื่นมาได้
เวลาที่ฤกษ์ดีก็จะหมดไป ต้องรออีกถึง ๑ ปี การ
จะปล่อยประตูเมืองให้โล่งไว้ถึง ๑ ปีย่อมไม่ได้แน่
บ้านเมืองอาจเป็นอันตรายจากข้าศึกศัตรู พระราชา
จําเป็นต้องฆ่าปุโรหิตเสียแล้ว
พระราชาไม่อยากฆ่าปุโรหิตเลย เพราะท่าน
เป็นคนที่รู้ระเบียบ รู้ธรรมเนียมโบราณมาก ทรง
ถามว่า คนที่เก่งอย่างอาจารย์ถ้าตายเสียแล้ว จะ
หาใครมาแทนได้เล่า
อำมาตย์ได้กราบทูลว่า พราหมณ์ปุโรหิตมี
ศิษย์คนหนึ่งชื่อ “ตักการยมาณพ” พระราชาจึงเรียก
ตักการยมาณพให้จึงม่านโดยรอบตรงที่จะ
ทำการประหารปุโรหิต แล้วเข้าไปหาอาจารย์ พอ
ปุโรหิตเห็นศิษย์ก็เอ่ยปากทันทีว่า
“พ่อตักการิยะเอ๋ย ฉันนี่มันโง่จริง ๆ พูดหา
ความตายใส่ตัวแท้ ๆ เหมือนกับในป่า ส่งเสียง
ร้องเรียกให้มาจับตัวเองไปกิน เป็นเพราะอีนาง
นั่นคนเดียว มันไม่น่าไปบอกใคร ๆ เลย”
แต่ตักการยมาณ พูดให้สติอาจารย์ว่า
“อาจารย์อย่าโทษคนอื่นเลย อาจารย์โทษ
ตัวเองเถอะ เพราะอาจารย์พูดไปนั่นแหละ เรื่อง
ถึงเป็นอย่างนี้ ที่จริงแล้ว เรื่องของการพูดที่นำ
ความตายมาสู่ตนเอง ไม่ได้เกิดกับอาจารย์คนเดียว
ตักการยมาณพมาแล้วประทานตำแหน่งปุโรหิตให้ หรอก ในอดีตกาลคนอื่น ๆ เขาก็เคยได้รับเคราะห์
สืบแทน แล้วจะได้ฆ่าปุโรหิต
ราชบุรุษพาปุโรหิตมาที่ประตูทวาร ปุโรหิต
ได้ถูกจับมัดกับหลักที่อยู่ข้างหลุม ปุโรหิตรู้สึกกลัว
ถาม
กรรมเพราะคำพูดของตนเองมาแล้วเหมือนกัน”
“เขาพูดอย่างไรล่ะ ถึงได้ต้องตาย” ปุโรหิต
ตักการยมาณพจึงได้เล่าเรื่องปลอบใจ
ตายเป็นกำลัง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะ
ความตายที่กำลังจะมาถึงตัวเองครั้งนี้ ตัวเองเป็น
อาจารย์หลายเรื่อง
ผู้จัดหามาทั้งนั้น
๒๘ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๖
(อ่านต่อฉบับหน้า)