ข้อความต้นฉบับในหน้า
www
บบ
ในอดีตกาลประมาณหนึ่งแสน จัดถวายทานแข่งขันกับพระราชาแห่ง อยู่ เห็นกุลบุตรผู้นั้นเดินถือรวงผึ้ง
กับล่วงมาแล้วสมัยของพระปทุมุตตระ เมืองพันธุมวดีนั้น ชาวเมืองปรึกษา มาก็ดีใจ จึงถามว่า “ท่านนำรวงผึ้งกับ
พุทธเจ้า พระสีวลีเถระได้เกิดเป็น กันว่า สิ่งใดที่ยังไม่เคยถวายทาน กระบอกเนยแข็งนี้มาฝากใครหรือ”
กุลบุตรผู้หนึ่ง ได้ฟังพระธรรมเทศนา สำรวจแล้วพบว่ามีน้ำผึ้งกับเนยแข็ง “เปล่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า
ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า เห็นพระ ที่ยังไม่เคยถวาย ชาวเมืองตกลงกัน ไม่ได้นำมาฝากใคร แต่นำมาเพื่อจะ
ภิกษุรูปหนึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรง ว่าจะหาของสองสิ่งนี้มาถวายให้จงได้ ขายหรือเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งของ
ตำแหน่งเอตทัคคะในทางเลิศด้วย จึงให้บุรุษคนหนึ่งคอยดูต้นทางว่ามี อย่างอื่นเท่านั้น” กุลบุตรตอบ
ลาภ คิดที่จะเป็นเช่นนั้นบ้าง จึงได้ คนจากชนบท ถือของสองสิ่งนี้เดิน “ถ้าหากท่านนำมาขาย ก็จง
จัดภัตตาหารถวายมหาทานแก่พระ ทางเข้ามาในเมืองไหม
รับเงิน ๑ กหาปณะนี้ไป แล้วส่งรวง
ภิกษุสงฆ์ มีพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ครั้งนั้น กุลบุตรสีวลีเดินถือ ผึ้งกับเนยแข็งมาให้ข้าพเจ้าเถิด” บุรุษ
เป็นประธานอยู่ตลอด ๗ วัน กระบอกเนยแข็งมาจากบ้านของตน ชาวเมืองนั้นพูดพร้อมกับส่งเงินให้
เมื่อครบ ๗ วันแล้ว พระปทุ- ตั้งใจว่าจะเอาไปแลกกับของในเมือง ด้วยความกระหยิ่มใจที่ได้สิ่งของตาม
มุตตรพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ว่า แต่พอมาถึงที่แห่งหนึ่งก่อนที่จะเข้า ต้องการ
ความปรารถนาของกุลบุตรนั้นจะเป็น ไปในเมือง ได้แวะไปหาที่ซึ่งคิดว่าพอ
ผลสำเร็จในอีกหนึ่งแสนกัปข้างหน้า จะมีน้ำให้ล้างหน้า ล้างมือ กุลบุตร
กุลบุตรผู้นั้นฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
รวงผึ้งกับเนยแข็งนี้ มิใช่ของมีราคา
ต่อมาในสมัยพระวิปัสสีสัมมา- สีวลีบังเอิญเหลือบไปเห็นรวงผึ้งซึ่ง มากมายถึงเพียงนี้ แต่บุรุษผู้นี้ ให้
สัมพุทธเจ้า กุลบุตรนั้นได้กลับมาเกิด ไม่มีตัวแม่อยู่เป็นรวงผึ้งใหญ่ประมาณ ราคาแพงมากทีเดียว เราควรจะต้อง
ที่เมืองพันธุมวดี เป็นคนขยันขันแข็ง เท่างอนไถ เลยถือเอาไปด้วย คิดว่า ทดสอบดูให้รู้ต้นสายปลายเหตุ คิด
ในการทำงานอย่างยิ่ง
รวงผึ้งนี้คงเกิดขึ้นด้วยบุญของเรา ดังนี้แล้วจึงกล่าวว่า
ในช่วงนั้น ชาวเมืองพันธุมวดี ฝ่ายบุรุษชาวเมืองที่ดูต้นทาง “ท่านให้ราคาเพียงกหาปนะ
สิงหาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๑