การทำจิตให้เป็นธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 6 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 128

สรุปเนื้อหา

หารทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่อง อย่างใด ถ้ามัวเพลินแต่กินแต่นอน เสียเช่นนี้มรรคผลก็ไม่ได้ เสียเวลา ไป นี่ทำให้มีเป็นธรรมกายขึ้นนั่นน่ะ เป็นแก่นสาระของต้นไม้นั้น ใน พระพุทธศาสนาเรียกว่าเป็นแก่นแน่น หนาทีเดียว ได้ชื่อว่ายึดไว้ได้ซึ่งแก่น สารของตนที่เดียว อาทย์ สารเมว อตฺตโน ยึดไว้ได้ซึ่งแก่นสารของตน ทีเดียว เมื่อได้ธรรมกายแล้ว ทำ ธรรมกายนั่นให้เป็นพระโสดาปัตติ มรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคา มิผล อรหัตมรรค อรหัตผล เป็น ในพระธรรมวินัยของพระบรมศาสดา แท้ๆ เหตุนี้แลที่ได้ชี้แจงแสดงมา ในท้ายของกรณียเมตตสูตรนี้ ตาม วาระพระบาลีคลี่ความเป็นสยาม ภาษา ตามมตยาธิบาย พอสมควร แก่เวลา เอเตน สจฺจวชเชน ด้วย อำนาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติ ตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตถี ภวันตุ เต ขอความ

หัวข้อประเด็น

- การทำจิตให้เป็นธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หารทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่อง อย่างใด ถ้ามัวเพลินแต่กินแต่นอน เสียเช่นนี้มรรคผลก็ไม่ได้ เสียเวลา ไป นี่ทำให้มีเป็นธรรมกายขึ้นนั่นน่ะ เป็นแก่นสาระของต้นไม้นั้น ใน พระพุทธศาสนาเรียกว่าเป็นแก่นแน่น หนาทีเดียว ได้ชื่อว่ายึดไว้ได้ซึ่งแก่น สารของตนที่เดียว อาทย์ สารเมว อตฺตโน ยึดไว้ได้ซึ่งแก่นสารของตน ทีเดียว เมื่อได้ธรรมกายแล้ว ทำ ธรรมกายนั่นให้เป็นพระโสดาปัตติ มรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคา มิผล อรหัตมรรค อรหัตผล เป็น ในพระธรรมวินัยของพระบรมศาสดา แท้ๆ เหตุนี้แลที่ได้ชี้แจงแสดงมา ในท้ายของกรณียเมตตสูตรนี้ ตาม วาระพระบาลีคลี่ความเป็นสยาม ภาษา ตามมตยาธิบาย พอสมควร แก่เวลา เอเตน สจฺจวชเชน ด้วย อำนาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติ ตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตถี ภวันตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิด มีแก่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสร ในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า อาตมภาพ ปฏิบัติใช้จิตเป็น ๑๕๐ กว่าคนแล้ว จะทำไปทางอื่นสูงขึ้นไปกว่านี้ก็ยัง ลำดับขึ้นไปได้ชื่ออย่างนี้พบแก่นสาร ในพวกเหล่านี้พอทำเข้า ก็เป็น เป็นสกทาคา อนาคา อรหัตขึ้นไป ทุกคนไม่สู้ยากนัก ถ้าว่าทำจิต ยัง ได้สูงกว่านี้ จะมัวเพลินอยู่ไม่ได้ ไม่เป็นแล้วก็ทำยากอยู่ ในเมตตา พระพุทธศาสนา ท่านอุปมาเหมือน พรหมวิหารนี้ไม่ใช่เป็นของทำง่าย ต้นไม้ใหญ่สมบูรณ์ด้วยใบแก่ อ่อน พระพุทธศาสนาต้องประสงค์อย่างนี้ ดอก ผล ที่นักประชุมชนต้องการได้ นะ ถ้าเราเป็นผู้มีปัญญาฉลาดมา ทั้งนั้น พบพระพุทธศาสนาเป็นหลักของ ถ้าว่าคนไม่มีปัญญาเข้ามาใน วิชชาเช่นนี้แล้ว จับเอาหลักเสียให้ พระธรรมวินัยของพระศาสดา ก็ ได้ ได้สักอย่างใดอย่างหนึ่งก็ใช้ได้ มัวรับประทานใบไม้น่ะ อ่อนแก่ตาม ได้ธรรมกายแล้วจะให้อัศจรรย์อย่างไร ประสงค์ของตัว นี่คนมีปัญญาน้อย ก็เมตตาพรหมวิหารตั้งเข้าไปซิ จะ คนไม่มีปัญญา ถ้าคนมีปัญญาแล้วก็ เป็นอัศจรรย์นัก ตั้งเมตตาพรหม อ้อเป็นตามธรรมดาพระพุทธศาสนา วิหารดังกล่าวแล้วทุกประการ นั่น สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยลาภสักการะ ชี้แจงแสดงมาพอสมควรแก่เวลา แหละจะเลิศประเสริฐเป็นมหัศจรรย์ ต่างๆ เต็มอยู่ในพระพุทธศาสนานี้ นัก แต่ว่าพึงรู้พรหมวิหารนี้จะทำสัก ใครมาอยู่ในพระพุทธศาสนานี้ไม่ เท่าหนึ่งเท่าใด แค่ที่สุดก็เป็นพระ ต้องทำนา ทำเรือก ทำสวน ค้าขาย โสดาบันเท่านั้น จะเป็นพระโสดาบัน แต่อย่างหนึ่งอย่างใด ในพระพุทธ ไปไม่ได้ ท่านวางหลักไว้เท่านั้น ถ้า ศาสนามีบริบูรณ์ด้วยข้าวปลาธัญญา สมมุติว่ายุติธรรมิกถาโดยอรรถนิยม ความเพียงเท่านี้ เอว์ ก็มีด้วยประการฉะนี้ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More