ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฉากที่สองอยู่ระหว่างช่องหน้าต่าง หากไล่จากบน
ลงมาก็จะแลเห็นแถวทหาร และคนดูแห่ เห็นพลับพลา
คาดหลังคาแดงอีก ๒ หลัง หลังหนึ่งแลเห็น ร.๕ ประทับ
นั่งอยู่ใกล้ ฉัตร
นายแสง เป็นขุนเศวตถนิมพงศ์ผดุง นายใจมา เป็นหมื่น
บำรุงวรวรรณ ผู้ได้เลี้ยงช้าง และพระราชทานเงินขุนเศวต
ถนิมพงศผดุง
b
แท่น จากนั้นเป็นโรงมหรสพ โรง โรงหนึ่งวาดเป็นหนุมาน - หมื่นบำรุงวรวรรณ - รวม
๒
กำลังไต่ไม้ หรือเหาะอยู่กลางอากาศอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีฝรั่งหญิงชายยืนดูอยู่หน้าโรง พร้อมคนไทยชายหญิงมาก
มาย
อีกโรงหนึ่งวาดเป็นตัวละคร ๒ ตัว ตัวหนึ่งสวมหัวม้า
อีกตัวแต่งกายอย่างตัวพระ ทำท่าเหมือนกำลังขี่ม้า ใกล้ๆ
มีคนดูทั้งสี่ด้าน
ทั้งหมดนี้อาจารย์จุลทัศน์และทางวัดมีความว่า เป็น
คือช้างที่ได้รับ
ตอนสมโภชช้างเผือกแรกได้ในแผ่นดิน
พระราชทานนามว่า พระเศวตวรวรรณ อาจารย์จุลทัศน์
ให้สังเกตภาพ ร.๕ บนพลับพลาหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์
และบนโรงพิธีสมโภชช้างเผือก ส่วนมหรสพที่จิตรกรวาดไว้
ท่านกล่าวว่าเป็น โขนนั่งราว กับละครนอกเรื่อง พระรถเสน
ผู้เขียนอยากให้นักวิชาการโขนละครตรวจสอบ เพื่อขยาย
ความอีกที
ดูจากเนื้อหาเรื่องราวในรูปแล้ว ผู้เขียนเห็นพ้องด้วย
ว่าต้องเป็นตอนรับและสมโภชพระเศวตวรวรรณ เพราะมี
บางอย่างตรงกับที่ปรากฏในหนังสือจดหมายเหตุพระราชกิจ
รายวันในรัชกาลที่ ๕ ฉบับสำนักนายกรัฐมนตรี หน้า
๔๑ คือในนั้นกล่าวว่า
10°
วันพฤหัสบดี ขึ้น 5 ค่ำ เดือน ๑ ปีมะเส็ง จ.ศ.๑๒๓๑
เทียบปฏิทิน ๑๕๐ ปี ได้เท่ากับวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
“ช้างสำคัญมาถึงท่าพระ เวลาวันนั้นไม่ขึ้น ครั้นถึง ณ วัน
* ๑ ค่ำ (เท่ากับวันอาทิตย์ที่ ๑๒ ธันวาคม-เอนก) ถึง
ถอยแพ ล่องลงไปถึงท่าศาลต่างประเทศ เวลาบ่ายโมงเศษ
เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ พลับพลายก ทอดพระ
เนตรช้างสำคัญ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ ข้างขึ้นจากแพ แห่
มาตามทางหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ เข้ายืนโรงหน้าโรง
ละครใหญ่ช้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดชันสูตรได้สูง
4"
A
ครั้นวันพฤหัส แรม 2 ค่ำ เดือน ๑ ก็ได้เริ่มการสมโภช
พระราชทานนามว่า พระเศวตวรวรรณ
แล้วโปรดให้ตั้ง
-
A
7"
สำนักนายกรัฐมนตรีกรุณาทำเชิงอรรถอธิบายให้เรา
ได้รับความรู้เพิ่มเติมว่า พระเศวตฯ เป็นช้างพลายด่างดำ
พงศ์สนิม ลูกบ้าน ตกที่เมืองพร้าว ขึ้นเมืองนครเชียงใหม่
พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ พระเจ้านครเชียงใหม่ นำถวาย
มีการสมโภชขึ้นระวางในปีรุ่งขึ้น คือปีมะเมีย วันพุธ แรม ๕
ค่า เดือน ๑๐ ความสูงที่เขียนเป็นแนวตั้งอย่างไทย อ่านว่า
๒ ศอก ๑ คืบ ๓ นิ้ว ส่วนเงินที่ผู้ดูแลช้าง ๒ คนได้รับ
พระราชทาน ๓ และ ๒ ชั่งตามลำดับ ท่าศาลต่างประเทศ
ว่าอยู่เหนือท่าเตียน มีตึก ๔ หลัง
ทำไมช้างในขบวนแห่ที่แรกสีเทาแก่
พอยืนแท่น
กลายเป็นสีน้ำตาลแดง ผู้เขียนเดาอย่างไม่มั่นใจนักว่า
บางทีจิตรกรอาจต้องการแสดงให้เห็นว่ามีการขัดสีฉวีวรรณ
ช้างเผือกแล้วก็ได้
กับขอตั้งสังเกตให้ท่านผู้อ่านพิจารณาสักเล็กน้อยว่า
ในลำดับที่ผ่านมา ๑๐ ตอน จิตรกรวาดรูปโดยเรียงตามลำ
ดับเหตุการณ์ หรือเรียงปีมาตลอด เช่นตอน ๙ กับ ๑๐
สมโภชพระบรมอัฐิ ร.๔ กับ ร.๕ เสด็จพระราชดำเนิน
ไปยกยอดพระปฐมเจดีย์ วันที่ กับวันที
๒๕ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๑๓ ตามลำดับ แต่พอถึงผนังนี้ ทำไมจิตกรจึง
วาดย้อนไปยังเหตุการณ์ปลายปี พ.ศ.๒๕๑๒ แถมผนังที่ ๑๒
ที่จะเขียนในตอนต่อไป ก็ยังย้อนไปก่อนรับช้างเผือกด้วยอีก
หรือจิตรกรจะเผลอลืม ข้อนี้ถึงจริงๆ
om
สุดท้ายแถมพิเศษ ชี้ชวนให้ดูภาพเหมือนเจ้านาย
ผู้ใหญ่พระองค์หนึ่ง ซึ่งศรัณย์ ทองปาน ไปค้นพบเข้านั่นคือ
ภาพพระพักตร์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา
กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ที่จิตรกรวาดแฝงเอาไว้เหมือน
จะล้อให้เล่นซ่อนหา ผู้เขียนเอง แม้ศรัณย์จะเคยชี้ให้ดูที
สองที่แล้ว พอลงมือเขียนคราวนี้ พยายามส่องแว่นขยาย
ค้นดูอีก ก็ปรากฏว่าต้องเสียเวลาหาอยู่เป็นเวลานาน จน
แทบจะเลิกล้มความตั้งใจ
ในที่สุดจึงพบว่า รูปพระพักตร์ของสมเด็จฯเจ้าฟ้า
กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๙ ๙๙