ข้อความต้นฉบับในหน้า
สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร รักษาศีล และ
อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง
ความอิจฉาริษยา กิเลสตัวนี้จะเบา
บางลง เมื่อจิตใจเราเบิกบานผ่องใส
คิดถึงความดีของผู้อื่นอยู่ทุกลมหายใจ
จะส่งผลให้เราปฏิบัติธรรมได้ดีขึ้น
อย่างรวดเร็ว จะเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย
และยังจะส่งผลไปข้ามภพข้ามชาติ
เกิดชาติต่อไปก็จะมีแต่คนสนับสนุน
ให้ทำความดี จะทำอะไรที่เป็นบุญ
เป็นกุศล ก็จะไม่มีอุปสรรคใดๆ จะพบ
เจอแต่สิ่งที่ดีงามไปตลอดทุกย่างก้าว
การอนุโมทนาบาปนั้นจะให้ผล
ในทางตรงกันข้ามกับการอนุโมทนาบุญ
อย่างขาวกับดำที่เดียว
การอนุโมทนาบาปก่อให้เกิด
โทษทางใจโดยตรง ทำให้ใจไม่เบิก
บานผ่องใส เมื่อจิตใจไม่ผ่องใส เริ่ม
ขุ่นมัวเสียแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะมีสิ่ง
ดีๆ หลั่งไหลเข้ามาในชีวิต จะพบเจอ
แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตตกต่ำ มีแต่คนสนับ
เจริญภาวนา ท่านก็จะกล่าวว่า ขอ ในสมัยพุทธกาล ถ้ามีพระภิกษุหนุ่ม
อนุโมทนาด้วยนะ การทำอย่างนี้ เป็น สามเณรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พระองค์
การยกใจของผู้กระทำให้มีความปีติ ทรงยกย่องชื่นชมยินดีท่ามกลางสงฆ์ สนุนให้ทำแต่ในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ
เบิกบานในบุญ และยกใจของผู้กล่าว ให้หมู่สงฆ์ดูเยี่ยงอย่างแล้วนำไปปฏิบัติ ความดี แม้เวลาจะปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้
ให้มีพลังในการที่จะปฏิบัติตามผู้นั้นด้วย ตาม แต่ถ้ามีใครในหมู่สงฆ์ประพฤติ
เราเรียกว่า “อนุโมทนาบุญ
ในทางตรงกันข้าม หากเราพบ
เห็นใครทำบาป เช่น ฆ่าสัตว์ ลักเล็ก
ขโมยน้อย ฯลฯ พลอยยินดี ยกย่อง
เชิดชูกับเขาด้วย การทำเช่นนี้เรียกว่า
“อนุโมทนาบาป” เป็นการกระทำที่
ตัวไม่ดี พระองค์ก็ไม่ทรงยกย่อง กลับ
ทรงติเตียน แสดงให้เห็นว่าพระสัม-
มาสัมพุทธเจ้าทรง ส่งเสริมการอนุ-
โมทนาบุญ แต่ไม่ทรงส่งเสริมการ
อนุโมทนาบาปนั่นเอง
ผลของการอนุโมทนาบุญและ
ผิดวัตถุประสงค์ของปู่ย่าตายาย ของ อนุโมทนาบาปก็แตกต่างกันราวฟ้ากับ
บัณฑิตในกาลก่อน
ดิน คือเมื่อเราอนุโมทนาบุญบ่อยๆ
เจตนารมณ์นี้ ปู่ย่าตายายของ เป็นประจำ จะทำให้อารมณ์ของเรา
เราได้สืบทอดและดำเนินตาม เยี่ยง เบิกบาน จิตใจปลอดจากสารพิษคือ
ผลตามที่ตนเองตั้งความปรารถนาไว้
เพราะฉะนั้น กัลยาณมิตรทุก
ท่านพึงตระหนักเถิดว่า อารมณ์ที่เบิก
บานแจ่มใส จะเป็นสะพานทอดใจให้
เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้โดยง่าย เรา
ทั้งหลายมาร่วมกันสร้างภาพแห่งความ
ดีงาม เพื่อประทับไว้ในความทรงจำ
ของจิตใจเรา ด้วยการกล่าวคำว่า “ขอ
กราบอนุโมทนาบุญด้วยครับ (ค่ะ)”
กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๙ ๖๗