ข้อความต้นฉบับในหน้า
อ เสวก
โดย : กองบรรณาธิการ
ภาพ : ภูษิต พูดสงคราม
ต่อจากฉบับที่แล้ว
นวันรุ่งขึ้น พระเจ้าอโศกมหา
ราชเสด็จมายังอาราม เพื่อทรง
สอบถามพระเถระทั้งหลายเกี่ยวกับ
ผู้ที่จะมาทําหน้าที่ปราบพญามาร
ครั้นทรงทราบว่าผู้นั้นคือพระอุปคุตต
เถระ ก็ทรงนมัสการ พระองค์ทอด
พระเนตรเห็นความฝ่ายผอมของพระ
เถระแล้ว
ก็ไม่ทรงแน่พระทัยว่า
ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ อัศจรรย์ใจในอิทธิฤทธิ์ของพระอุป
หนึ่งในอนาคตเถิด เพื่อจะ
ได้เป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตว์
ทั้งหลายทั้งปวง
คุตตเถระ เสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัส
มอมมาพระเถระ
“ขอท่านโปรดยกโทษด้วยเถิด
ที่ทำอย่างนี้ไม่ได้คิดจะทำร้าย เพียง
แต่ต้องการทดสอบฤทธิ์ของท่านเท่า
นั่น ขอรับ”
“ไม่เป็นไรหรอกมหาบพิตร
ขอพระองค์ทรงมีความสุข และขอให้
ws: auga gins:
W S
พระอุปคุตตเถระจะสามารถป้องกัน [Suwinguis
ผู้ปราบพญามาร
พญามารได้ จึงทรงทดสอบกำลัง
ฤทธิ์ของพระเถระ โดยในวันรุ่งขึ้น
เมื่อพระอุปคุตตเถระไปบิณฑบาท
ยังพระราชนิเวศน์ พระเจ้าอโศก
มหาราชทรงบาตร หลังจากที่พระ
อุปคุตเถระเดินคล้อยหลัง ไปนั้น
พระองค์ก็รับสั่งให้ปล่อยข้างต้น
มงคลหัตถี ซึ่งกำลังตกมัน ตาม
พระเถระไป พระอุปคุตเถระมอง
เห็นเงาของช้างที่ทอดยาวมาอยู่เบื้อง
หน้า จึงนึกในใจว่า พระเจ้าอโศก
มหาราชคงปล่อยช้างมาทดสอบท่าน
จึงอธิษฐานด้วยอิทธิฤทธิ์ให้ข้างหยุด
ยืน ชูงวงอยู่กับที่ แน่นิ่งราวกับรูป
ปั้น แล้วท่านก็เดินจากไป
พระเจ้าอโศกมหาราชทอด
พระเนตรเห็นดังนั้น ก็ทรงที่ง
009 มิถุนายน ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
ช้างตัวนั้นจงกลับเป็นเหมือนเดิม”
พอสิ้นคำ พญาช้างก็เดินไปยังที่ที่
มันเคยอยู่ในทันใด ท่ามกลางความ
พิศวงงงงวยของทุกๆ คน
กล่าวถึงพญามาร ผู้คอยขัด
ขวางทำลายการสร้างมหากุศลของ
พระเจ้าอโศกมหาราชในครั้งนี้ มาร
คนนั้นคือ พระยาวสวัตดีมาร เทวบุตร
ผู้ครองสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
เป็นผู้มีฤทธานุภาพมาก หากแต่
อกุศลจิตเข้าครอบง่า เห็นหมู่มาร
ทั้งหลายมีฤทธิ์มากคอยขัดขวาง
กลั่นแกล้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระสาวกอยู่เป็นนิจ จึงเกิด
ความปรารถนาที่จะมีฤทธานุภาพดัง
เช่นมารเหล่านั้น ด้วยดวงจิตที่
ปรารถนาเช่นนี้ ทำให้มาบังเกิดเป็น
มาก แต่ด้วยเคยเป็นเทพผู้รักษาศีล