ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปวีณาแทรกขึ้นมา นักศึกษาจึงเงียบเพื่อตั้งใจ
ฟังน้าน้อยตอบพี่นิภา
“ตอบเอ๋ยตอบถ้อย
อยากจะร้อยกรองตอบนะหลานขา
เกรงยืดยาวไม่ชัดเจนเสียเวลา
เจรจาเป็นร้อยแก้วดีกว่าเอย”
ประเทศจีนคือมาจากแถวมณฑลกวางเจา ฮุนหนำ
ยูนนาน จีนถือว่ายังเป็นอนารยชน จึงพยายาม
ปราบปรามให้อยู่ใต้อำนาจอยู่เสมอ แล้วก็เพื่อ
การขยายดินแดนและวัฒนธรรมของจีนออกไป
ให้กว้างขวางอีกด้วย”
“ชาวม้งขาวจีนไหวมั้ยคะ” เสียงยาย
นักศึกษาปรบมือกราวอีกครั้ง ฉันเพิ่งรู้
กุ้งฝอยอ่อยๆ
คราวมาเที่ยวครั้งนี้เองนะว่า พี่สาวเราไม่ใช่
“ไหวบ้างไม่ไหวบ้างแหละ หลานเอ้ย
ย่อยนะเป็นนักกลอนกับเขาเหมือนกัน น้าน้อย
ส่วนใหญ่ถูกจีนปราบจะ สงสารเขาแล้วละซิ
น่ะฉันรู้แล้วว่าพอเป็น แต่น้ามักจะออกตัวว่า หนูน้อย” น้าน้อยพูดกับกุ้งฝอย แล้วเงยหน้า
น้าพอแต่งได้อย่างที่เรียกว่ากลอนพาไป แต่ง พูดต่อ
เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ จึงไม่ใช่นักแต่งกลอน
“จากการค้นคว้าของนักโบราณคดี และ
แล้ว ไม่ใช่กลอนประตูหน้าต่างด้วย แล้วเบญจ์ นักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส ได้พบเค้าเงื่อน
ล่ะ เมื่ออ่านแล้วเบญจ์พอจะตอบฉันได้ไหมว่า ต่างๆ พอจะประมวลเป็นประวัติความเป็นมา
ครั้งนี้น้าน้อยแต่งอย่างชนิดกลอนพาไปหรือเปล่า ของชาวม้งได้โดยสรุปดังนี้ เดิมพวกจีนได้อพยพ
แต่ที่แน่ๆ คือน้าน้อยแต่งไม่ครบกลอนดอกสร้อย มาตั้งรกรากตามลุ่มแม่น้ำฮวงโห หรือแม่น้ำ
หรอกจ้ะ
แหม่มว่า
เมื่อสิ้นเสียงปรบมือ น้าน้อยก็พูดกับน้า
เหลืองนะคะ และได้ขยายอาณาเขตด้วยการสู้
รบขับไล่ชนชาติต่างๆ เอ... ไม่รู้รวมบรรพบุรุษ
ของไทยด้วยหรือเปล่านะ การต่อสู้ระหว่าง
แม้พวกม้งเป็นพวกรักอิสระก็จริงอยู่ แต่ไม่
“อ้ายเราก็พลอยบ้างไปกับยายนิภา และ ชนชาติจีนโบราณกับบรรพบุรุษของชาวม้งเป็น
เสียงเชียร์ของปวีณา” พูดแล้วก็หัวเราะหึๆ แล้ว ไปอย่างรุนแรงและยืดเยื้อเป็นเวลานานมาก
หันมาอธิบายให้นักศึกษาฟังว่า
“ม้งเป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งที่อพยพมาจาก ค่อยรวมตัวกัน มักชอบจับกลุ่มเป็นกลุ่มย่อย
บริเวณหมู่บ้านม้งลาย
กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๓ ๙๗