ข้อความต้นฉบับในหน้า
สําเนียง พาแพง อ.ชุมพล ปาลกะวงศ์
ณ อยุธยา รวมทั้งท่านผู้ช่วยและท่าน
หัวหน้าหมวดทั้งที่ ร.ร.สิงห์สมุทร และ
ร.ร.กระทุ่มแบน อย่างไรก็ตาม แม้บาง
เยที่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนก็ใช่ว่า
ครูจะหยุด หรือยอมแพ้ ท้อถอย กลับ
ทำให้ครูมีพลังใจที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะ
อุปสรรคเสมอ
สําหรับผู้ปกครองนั้น ครูเห็นว่า
เป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นที่จะต้อง
ทำให้ท่านทราบและเข้าใจเป้าหมาย
และประโยชน์ที่จะได้รับ
วิธีการที่ครูใช้คือในการสร้าง
เสริมความเข้าใจกับผู้ปกครอง มีอยู่
หลายวิธี นับตั้งแต่ทำเอกสารแจกให้
ผู้ปกครองทราบ ไปพบที่บ้านเมื่อมี
เวลาเชิญไปเป็นเกียรติในการรับรางวัล
ของบุตรหลานของเขา ประชุมสังสรรค์
ครู-นักเรียน
ผู้ปกครอง เมื่อได้รับราง
วัลชนะเลิศมา
ในท้ายนี้ ครูขออนุโมทนากับ
ท่านอาจารย์ทุกท่านทั่วประเทศที่ได้
เสียสละน่านักเรียนมาร่วมแข่งขันตอบ
ปัญหาธรรมะ เป็นการจุดแสงสว่างทาง
ปัญญาปูเส้นทางธรรมให้กับลูกศิษย์ของ
ตนให้เขาเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ มีความ
เข้าใจอย่างแจ่มชัดในเรื่องชีวิต เพื่อที่
เขาเหล่านั้นจะได้ดำรงตนอย่างมีความ
สุขในปัจจุบัน อันจะเป็นทรัพยากรอัน
มีค่ายิ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศ
ชาติ ถ้าหากมีปัญหาอะไร ก็ขอให้
อดทนมีอุดมการณ์อันมั่นคงที่จะฝ่าฟัน
เอาชนะอุปสรรคให้จงได้ ขอบคุณครับ
นักเรียนชนะตอบปัญหาธรรมะ
สอบเอ็นทราน ยกชั้น ลบล้างความคิดเดิมว่า
เสียเวลาอ่านหนังสือวิชาอื่น
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ในการสอบนั้นมีการแข่งขันมากกว่าแต่ก่อน
มากนัก เพราะปริมาณนักเรียนที่มากขึ้นเรื่อยๆ การกวดวิชาดูจะกลายเป็น
แฟชั่นที่จำเป็นสำหรับนักเรียนยุคนี้เสียแล้ว การแข่งขันสอบเทียบ สอบ pre-
entrance สอบโอลิมปิค และรวมทั้งเป้าหมายสูงสุดคือ การสอบเข้ามหา
วิทยาลัย กลายเป็นสิ่งบีบบังคับตารางเวลาในแต่ละวันของเยาวชนไทยให้
ตรากตรำพากเพียรอย่างหนัก ดังนั้นจึงเกิดคำถามอยู่เป็นประจำว่า การที่
เด็กนักเรียนหันมาสนใจการสอบแข่งขันตอบปัญหาธรรมะนี้ จะเป็นผลเสีย
ต่อการเรียนหรือไม่ ต่อข้อถามนี้ อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี จากโรงเรียน
สิงห์สมุทร กล่าวว่า
คณะกรรมการ : อาจารย์ครับ การที่นักเรียนมาสมัครสอบแข่งขันนี้ มีผล
เสียกระทบกระเทือนเวลาที่ใช้ในการดูหนังสือสำหรับวิชาปรกติหรือไม่
อาจารย์สมพงษ์ : สำหรับปัญหาข้อนี้ท่านคณาจารย์ทั่วประเทศที่ส่งนักเรียน
มาแข่งขันคงทราบและประสบปัญหาข้อนี้มาโดยตลอด กล่าวคือ มีนักเรียน
และผู้ปกครองบางท่าน มีความเห็นและเข้าใจผิดว่าการมาเรียนธรรมะและ
ไปร่วมแข่งขันเป็นเหตุให้เสียเวลาในการดูหนังสือในรายวิชาอื่น เช่น ฟิสิกส์
เคมี คณิตศาสตร์ ฯลฯ เป็นเหตุที่ทำให้นักเรียนที่เรียนดีหลายกลุ่ม ไม่กล้า
ที่จะมาเรียนและไปร่วมแข่งขัน ครูเลยประกาศว่า “ถ้านักเรียนคนใดสอบ
แข่งขันตอบปัญหาธรรมะได้ที่ ๑ ถึง ๕ แล้วเมื่อจบ ม.6 สอบเข้าอะไร
ในระดับอุดมศึกษาไม่ได้ ครูจะส่งเสียออกเงินให้เรียนเอง” สัญญาข้อนี้
ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ แต่ครูก็ยังไม่เคยเสียเงินให้กับลูกศิษย์แม้สักคน เพราะ
พวกเขาสอบแข่งขันเข้าสถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้หมด พอที่จะเอ่ยนามได้
คือ นายพงษ์พันธ์ ฟุ้งเฟื่อง นักเรียนนายร้อย จปร., นายสถาพร มีศิริ นัก
เรียนนายร้อย จปร., น.ส.สุชาดา ฉิม วิทยาศาสตร์ จุฬาฯ, น.ส.นวรัตน์
คงรัตนวิทยา คุรุศาสตร์ จุฬาฯ, นายศุภชัย พักเปี่ยม วิศวกรรมศาสตร์
ม.เกษตร, น.ส.อรสา ต๊ะวิชัย วิทยาศาสตร์ มหิดล, นายพรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์
เภสัชฯ มหิดล, น.ส.กฤษณา ขวัญบุญ พยาบาล จ.ชลบุรี, นายบุญสิน สินทรา-
มาศ นักเรียนนายเรือ, นายชัยวัฒน์ แพทย์มหิดล
ละเมื่อปีที่แล้ว ทางก้าวหน้า ครั้งที่ ๙ นักเรียนระดับ ม.ปลายทั้ง
หมด ๒๙ คน ที่ได้รับรางวัลรอบชิงชนะเลิศสามารถสอบเข้าสถาบันอุดม
ศึกษาได้ทั้งหมด เกือบทุกมหาวิทยาลัย ครูขอยืนยันว่า ถ้านักเรียนคนใด
เรียนธรรมะได้ดี และฝึกสมาธิได้ผล จะทำให้การเรียนดีขึ้นอย่างแน่นอน
๕๕ มิถุนายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร