ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่หมายความว่า ดื่มกันจนกระทั่ง
“ลืมตัว ลืมตาย” เห็นอะไรต่ออะไร
เป็นของสนุกทั้งนั้นไม่ได้คิดถึงอันตราย
ที่จะเกิดแก่ตัวเอง หรือคนอื่น ๆ บ้าง
ก็ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กันทีละสองคน
ที่เรียกว่าซ้อนสามหรือถึงกับซ้อนสี่ก็มี
ให้เห็น คนขับเมาจนรถปัดเป๋ไปบ้าง
คนซ้อนเมาซบต่อกันจนคนขี่แทบจะ
บังคับรถไม่ไหวบ้าง และหลายครั้งที่
ยังไม่เมา แต่ความสนุกมีมากถึงกับวิ่ง
ออกจากฝั่งซ้าย หวังจะสาดน้ำใส่รถ
กะบะที่มาทางฝั่งขวา โดยไม่มองว่า
ขณะวิ่งออกไปนั้นมีรถสวนมาหรือไม่
ประเพณีสงกรานต์นั้น
แสนจะละเอียดอ่อน งดงาม
เป็นการแสดงความอ่อนโยนซึ่งกันและกัน
ผลก็คือเบรคกันจนรถหมุนบ้าง หรือไม่
ก็ช่วยส่งให้ได้ข้ามไปฝั่งขวาเร็วขึ้น โดย
แลกกับแขน ขา หรือว่าชีวิตในบางราย
สงกรานต์ระบบสาดน้ำ หรือการ
เล่นป้ายแป้ง สาดแป้งจึงดูไม่ประทับใจ
และไม่เจริญตาเอาเสียจริงๆ
สรุปก็คือ เล่นสงกรานต์กันด้วย
ความขาดสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ลุ่มหลง
ไปกับความสนุก ปล่อยให้ความสนุก
เข้าครอบงำเสียหมดทั้งกายและใจ
ใจ สะใจ มีให้เห็นบ่อยครั้งในแต่ละวัน
บางรายถึงแก่ชีวิต บางรายต้องง่อย
เปลี้ยเสียขาเสียแขนไป ส่วนใหญ่มัก
เป็นนักซิ่ง นักขี่จักรยานยนต์ที่บังคับ
ออกมาย้อมหน้าตาร่างกายกันให้เห็น
แทบทุกรายที่ไม่ใช่เด็ก ยังเร่งซ้อม
ร่างกายให้ปัดเปอีก ด้วยการตีมสุรา
หรือว่าของเมาเท่าที่จะพอหาได้ ทั้ง
ประเภทเหล้าไห เหล้าขวด ดวดกัน
เช้ายันค่ำข้ามวันข้ามคืนด้วยเหตุผลว่า
เป็นเทศกาลพิเศษประจำปี เทศกาล
สำคัญต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย
แต่ก็แปลกมากๆ ที่ดูเหมือนว่า
จะไม่มีใครใส่ใจ ตื่นตกใจ หรือระแวด
การดื่มฉลอง ซึ่งผิดแล้วทันที ทั้งกาย
และใจ แล้วเช่นนี้จะอวยชัยให้พรกัน
อย่างไรให้ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สัมฤทธิ์ผล
แทนที่ปีใหม่ไทยทุกคนจะได้พรจากใจ
จะๆ
รถไม่ได้ เมื่อถูกสาดน้ำเข้าใส่หน้าอย่าง ระวังให้มากขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แรงบางคันเห็นกับตาว่าเสียหลักเพราะ ตำตา รู้กันอยู่แก่ใจ
น้ำปะทะรถอย่างรุนแรง ประกอบกับ นั่นเพราะน้ำเมาที่แต่ละคนขน ใส ๆ ไปเก็บไว้เป็นต้นทุน กลับกลาย
ถนนที่อื่นอยู่แล้ว จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยน กรอกใส่ปากตัวเองและเพื่อนพ้อง จน เป็นว่าได้ถ้อยคำที่สักแต่ว่าพูดออกมา
จากสดใสเป็นสดสี เพราะเลือดทะลัก ถึงขั้นเสียสติ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นบ้า จากร่างกายที่แทบจะไร้สมรรถภาพ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร