ข้อความต้นฉบับในหน้า
ช่วยกันฉีดนั้นแหละครับ
สรุป
โดยสรุปปัญหาสิ่งแวดล้อมใน
วัดที่พบกันมาก คือ ปัญหาขยะน้ำคร่ำ
เรื่องเสียงดังรบกวน เรื่องเขม่าไฟ รวม
ทั้งนกพิราบสัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่มาทำลาย
ธรรมชาติอันร่มรื่นของวัด ตลอดจน
ความประพฤติที่ไม่ดีและความเห็นแก่
ตัวของพระของสามเณร ของเด็กวัดที่
เรามองว่าเป็นสังคมรอบตัวเรา ความ
ที่นี้หมายถึง เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในวัดด้วย สำรวจแล้ว
ผลออกมาเหมือนๆ กันทุกวัด ไม่เฉพาะ
วัดของหลวงพ่อ หรือหลวงพี่หรอก
วัดของผมก็เช่นเดียวกัน
๓. อุปนิสัยประจำชาติ คนบาง
ประเทศมีความมักง่าย ฟุ่มเฟือย เห็น
แก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง
ปัญหาเหล่านี้ถ้าจะอาศัยลำพังกฎหมาย
คงช่วยไม่ได้ เพราะมีปัญหาศีลธรรม
ปนอยู่ด้วย
ความมักง่ายความเห็นแก่ตัวเป็น
ปัญหาทางศีลธรรม ความโง่เป็นปัญหา
ด้านการศึกษา ส่วนที่เป็นปัญหาทาง
ศีลธรรม พระเราคงหนีไม่พ้นที่จะต้อง
รับผิดชอบ เพราะเราเป็นลูกพระพุทธ
เจ้า
มองภาพรวมแล้วกลายเป็นว่า
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ล้วนมา
จากปัญหาทางศีลธรรม หรือด้านจิตใจ
ซึ่งรอให้พระเป็นกำลังหลักในการแก้ไข
เสียแล้วละครับ ถ้าเราปล่อยปละละ
เลยไม่ช่วยกัน ต่อไปพระเราก็ไม่มีที่อยู่
เพราะคนในสังคมไม่เห็นประโยชน์ของ
พระ สิ่งแวดล้อมที่เรากำลังเป็นห่วงก็
จะยิ่งแย่ลงๆ ไปทุกวัน เพราะฉะนั้น
เรามาช่วยกันนะครับ อย่านิ่งดูดาย ช่วย
สิ่งแวดล้อมดีทุกอย่างก็จะดีตาม พวก
จริงเราก็หัวอกเดียวกันทุกวัดนั่นแหละ กันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ให้เกิดขึ้น
ครับ คือเห็นสาเหตุของปัญหาสิ่งแวด
ล้อมไม่ว่าในวัดหรือในโลกนี้แล้วก็สรุปได้ เราก็จะอยู่เป็นสุข สาธุชน อุบาสก
ว่ามาจากคน ๓ ประเภท คือ
๑.
คนในและคนใกล้ที่รู้เท่าไม่
ถึงการณ์ เพราะโง่ หมายถึง ญาติโยม
คนข้างวัด และคนในวัด ถ้าได้รับการ
อุบาสิกาก็อยู่เป็นสุข
ขอถวายข้อคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้
ก่อนนะครับ หวังว่าพระคุณเจ้าจากวัด
ต่างๆ คงมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิด
ศึกษาน้อยก็ล้วนเป็นสาเหตุของปัญหา ความเห็นกันอีกในโอกาสต่อไป
สิ่งแวดล้อมได้เสมอๆ
๒. ผู้บริหารทีขาดความรู้หรือมี
ประสบการณ์เรื่องสิ่งแวดล้อมน้อย ใน
กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๙ ๕๑