ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยต้องออกพระกำลังเสียงในเวลา
รับสั่ง ไม่นั่งให้ใกล้นัก จะเป็นการ
เบียดเบียนพระองค์ด้วยกายอันเป็น
ของปฏิกูล จะเป้น ราคาญพระ
นาสิกในเวลากลิ่นกายฟุ้งไป ไม่นั่ง
ในที่เหนือลม ด้วยเคารพพระองค์
กลัวลมจะพัดเอากลิ่นกายที่ฟุ้งออก
ไปมากระทบพระนาสิกของพระองค์
การฟ้าถึงยระรัตนตรัย ต้องกายวาจา
ใจที่ละเลียต ที่หยาบฟ้าไม่ถึง กายที่
ละเอียด ซึ่งได้กับกายสังขาร วาจาที่
ละเลียดซึ่งได้กับวจีลังขาร ใจที่ละเลียด
ซึ่งได้กับจิตลังขาโ
ไม่นั่งในที่ตรงพระพักตร์นัก กลัว
จะเป้นที่รําคาญพระเนตรทั้งสองของ
พระองค์
ไม่นั่งในที่เบื้องหลังนัก
เกรงว่าพระองค์จะต้องหันพระพักตร์
มากไปในเวลาจะรับสั่ง ต้องนั่งใน
ที่สมควร นอกจากที่ที่แสดงมาแล้ว
ในเวลาอยู่ในที่เช้า ไม่ส่งใจไปในที่
อื่น ไม่เปล่งวาจาให้เป็นที่รำคาญ
พระทัยของพระองค์ ดังนี้แล นอบ
น้อมด้วยกายในพระองค์
ไปในที่นั้น
เห็นรกปัดกวาดเลีย
ถากถางเสีย เห็นไม่สะอาด ให้
สะอาด เห็นผุพังควรแก้ไขซ่อมแซม
ปฏิสังขรณ์ได้ก็ยิ่งดี ดังนี้เป็นความ
นอบน้อมพระผู้มีพระภาค ด้วยกาย
โดยบุคลาธิษฐาน
อนึ่งนำเรื่องของพระรัตนตรัย
ไปสรรเสริญในที่นั้น แก่บุคคลนั้น
ในเมื่อพระองค์เสด็จดับขันอ- อยู่เนืองๆ ดังนี้ ก็ชื่อว่านอบน้อม
ปรินิพพานไปแล้ว ยังเหลือแต่เจดีย์
ธ: เหล่าคือ บริโภคเจดีย์ ธาตุเจดีย์
ธรรมเจดีย์ อุทเทสิกเจดีย์ พุทธ
คาสนิกชนไปถึงที่เช่นนั้นเข้าแล้ว
ในเมื่อกั้นร่มควรลดร่มลง หมผา
ดวยวาจา
และคิดถึงพระรัตนตรัยอยู่
เนืองๆ ไม่ยอมให้ใจไปจดอยู่กับ
อารมณ์สิ่งอื่นมากนัก คอยบังคับใจ
ให้จดอยู่กับพระรัตนตรัยเนือง ๆ ดังนี้
ปิด เอ บ่าควรลดออกเสียว่าหนึ่ง ใน ชื่อว่า นอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยใจ
เมื่อสวมรองเท้าเข้าไป ควรถอด
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า
รองเท้าเลีย และเข้าไปในที่นั้นไม่ จงมีแด่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นองค์
ควรแสดงอึงคะนึง และไม่เคารพ อรหันต์ ตรัสรู้แล้วเองโดยขอบ
แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องแสดง บรรดาพุทธคาสนิกชนทั้งหลาย ต้อง
เคารพอย่างจริงใจ ไม่ทิ้งของที่ ว่าดังนี้ ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต
สกปรกลงไว้ เช่น ก้นบุหรี่ หรือ
ชานหมาก น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ
ปัสสาวะ ในที่บริเวณนั้น เมื่อเข้า
ทั้งหลาย ในเวลาท่า คาสนกิจทุกครั้ง
เช่นพระเถรานุเถระกระทำสังฆกรรม
และอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายจะสมา
กัลยาณมิตร /บไว..
พฤศจิกายน ๒๕๓๔
ทานศีล ก็ต้องว่า “นโม ตสฺส ภคว
โต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส” ถึง ๓
หน จะว่าแต่เพียงหนหนึ่งหรือสอง
ไม่ได้ หรือได้เหมือนกันแต่ว่าไม่
เต็มรัตนตรัยทั้ง
หรือถูกรัตนตรัยทั้ง ๓ กาลแล้ว
ต้องว่าให้เต็ม ๓ หน หนที่ ๑ นอบ
น้อมพระรัตนตรัยในอดีต หนที่ ๒
นอบน้อมพระรัตนตรัยในปัจจุบัน
๓ กาล จะให้เต็ม
๓
หนที่ นอบน้อมพระรัตนตรัยใน
อนาคต ทั้งหมดต้องว่า
ครบล้วนถูกพระรัตนตรัยทั้ง ๓ กาล
รัตน ๑
๓ หน จึง
รัตนตรัย แบ่งออกเป็น เอ คือ
ตรัย รัตนแปลว่าแก้ว
๑
ตรัย แปลว่า ๓ รัตนตรัยรวมกันเข้า
แปลว่า แก้ว ๓
พุทธรัตนะแก้วคือ
พระพุทธ ธรรมรัตนะแก้วคือ
พระธรรมสังฆรัตนะแก้วคือพระสงฆ์
ทำไมจึงต้องเอาพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์มาเปรียบด้วยแก้ว ที่ต้อง
เปรียบด้วยแก้วนั้น เพราะแก้วเป็น
วัตถุว่า ความยินดีให้บังเกิดแก่เจ้าของ
ผู้ปกครองรักษา ถ้าผู้ใดมีแก้วมีเพชร