ข้อความต้นฉบับในหน้า
(บนขวา) พระพุทธรูป
หยก คีตปะพม่า
(ขวา) หญิงสาวพม่า
เป็นของเทียม คงต้องร้องเพลงเจ็บกระดองใจ
ไปหลายเดือนเชียวละ
น้าทั้งสามท่านก็ได้แต่เลาะตู้กระจกดู
บอกว่าถามราคาไปอย่างงั้นเอง
เหมือนกัน
ไม่กล้าชื่อ เพราะไม่รู้จักเจ้าของร้าน ไม่รู้เบื่อ
ใจได้แค่ไหน น้าน้อยแนะว่าล้านแหม่ม
นา
วันทนีอยากซื้อของดียอมแพงหน่อย ซื้อที่ร้าน
แถวบ้านหม้อที่กรุงเทพฯ กว่า น้าน้อยรู้จัก
บางร้านซึ่งรับรองไว้ใจได้ น้าว่า “ถึงแพงก็คุ้ม
เพราะแน่ใจได้ว่าไม่ใช่ของเก็
ตายจริง! มัวแต่ฝอยให้เบญจฟังถึงสินค้า
จนลืมเล่าถึงตัวอำเภอแม่สอด เดี๋ยวก็ไม่ถึงแม่
สอดเมืองเก่าหรอก ขอเล่าตามที่รู้มา กับฝอย
ตามที่เห็นแล้วกันนะจะ
อำเภอแม่สอด เดิมชื่อพระหน่อไก่' ฟัง
ขอบกลนะ สงสัยเป็นภาษากะเหรี่ยงกระมัง
มาจัดตั้งเป็นอำเภอขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๕ นี้เอง
คือเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำเมย
ซึ่งอยู่ระหว่างเทือกเขา ลักษณะภูมิศาสตร์ต้อง
เรียกว่า 756/เบญจคงเข้าใจค่านี้นะ ก็
ที่ราบหุบเขาไง เพราะส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขา
บางท่านบอกว่าพม่าเรียก เมียวดี สงสัยเรียก
ตามตำบล หรือไม่ก็ตำบลเมียวดี ส่งพม่าเรียก
ตามชื่อแม่น้ำ ข้อนี้ฉันก็ยังสงสัย แต่ผู้ใหญ่
บางท่านบอกว่าพม่าเรียก แม่น้ำต้องยิน ฉัน
เลยงงว่า เมียวดี และต้องยิน ค่ำ ใดเป็นภาษา
อยู่ส่งไทย อีกส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาอยู่ส่งพม่า พม่า ค่า ใดเป็นภาษากะเหรี่ยง หรือที่แท้เมียว
แล้วมีที่ราบอยู่ตรงกลาง มีแม่น้ำเมยไหลผ่าน
กลางที่ราบอีกทีหนึ่ง
แม่น้ำเมย ก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป
เชน
ที่เป็นภาษามอญ ไม่ว่าฉันหรือพี่นิภาต่างก็ไม่
แน่ใจ น้าน้อยก็ตอบปฏิเสธว่าไม่รู้เหมือนกัน
แต่ภาษากะเหรี่ยงเพราะๆ หลายคำ นะ
“ลังขละ” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า แหล่งที่มี
ปลาชุกชุม มอญเรียก “วังกะ” หรือ “ชอง
กาเลีย” ก็เป็นภาษากะเหรี่ยง ฟังคล้ายภาษา
ฝรั่งเศสนะคำ นี้ แต่ ไม่ได้แล้วว่าแปลว่ากระไร
เอา...กลับมาเล่าเรื่องแม่น้ำเมยต่ออีกนิด
นะ แม่น้ำนี้ห่างจากที่ตั้งตัวอำเภอแม่สอดกว่า
๑ กิโลเมตร ถือเป็นเส้นกั้นเขตแดนไทยกับ
พม่า แล้วที่แปลกคือ แม่น้ำสายนี้น้ำจะไหล
ขึ้นเหนือนะจ๊ะ ไม่ได้ไหลล่องเช่นแม่น้ำทั่วไป
แม่น้ำเมยมีต้นน้ำอยู่ที่อำเภอพบพระ ซึ่งเป็น
เขตที่รับลมมรสุมจากอ่าวเมาะตะมะเต็มที่ จาก
นั้นน้ำไหลขึ้นเหนือผ่านแม่สอด แม่ระมาด ท่า
๙๕
กัลยาณมิตร
พฤศจิกายน ๒๕๓๘