การทำใจให้หยุด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 11 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 164

สรุปเนื้อหา

มูที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ต้องเอาใจของ ตนไปจดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของตนนั้น แต้วทํา ใจใต้หยุด หยุดในหยุด หนักเข้า ไปทุกทีไม่ให้คลายออก แต่พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่ง ท่าต่อไป ท่าใจให้หยุดอยู่ที่ กว่าดวงสมาธิ ดวงสมาธิก็ว่างออก ศูนย์กลางดวงธรรมที่ท่าให้เป็นกาย ไปเห็นดวงปัญญาอยู่ในกลางดวง อรูปพรหม แต่พอถูกส่วนเข้าก็เห็น สมาธิ ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลาง ดวงศีล ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่กลางดวง ดวงปัญญา แต่พอถูกส่วนเข้า ใจก็ ละเอียดยิ่งกว่าดวงปัญญา ปัญญาก็ว่างออกไป เห็นดวงวิมุตติ อยู่ในกลางดวงปัญญา ให้ใจหยุด อยู่ที่ศูนย์กลางดวงวิมุตติ แต่พอถูก ดวง ศีลถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่งกว่า ดวงศีล ดวงศีลก็ว่างออกไป เห็น ดวงสมาธิอยู่ในกลางดวงศีล ให้ใจ หยุดอยู่ที่ศูนย์กลางดวงสมาธิ พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่ง

หัวข้อประเด็น

- การทำใจให้หยุด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มูที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ต้องเอาใจของ ตนไปจดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของตนนั้น แต้วทํา ใจใต้หยุด หยุดในหยุด หนักเข้า ไปทุกทีไม่ให้คลายออก แต่พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่ง ท่าต่อไป ท่าใจให้หยุดอยู่ที่ กว่าดวงสมาธิ ดวงสมาธิก็ว่างออก ศูนย์กลางดวงธรรมที่ท่าให้เป็นกาย ไปเห็นดวงปัญญาอยู่ในกลางดวง อรูปพรหม แต่พอถูกส่วนเข้าก็เห็น สมาธิ ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลาง ดวงศีล ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่กลางดวง ดวงปัญญา แต่พอถูกส่วนเข้า ใจก็ ละเอียดยิ่งกว่าดวงปัญญา ปัญญาก็ว่างออกไป เห็นดวงวิมุตติ อยู่ในกลางดวงปัญญา ให้ใจหยุด อยู่ที่ศูนย์กลางดวงวิมุตติ แต่พอถูก ดวง ศีลถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่งกว่า ดวงศีล ดวงศีลก็ว่างออกไป เห็น ดวงสมาธิอยู่ในกลางดวงศีล ให้ใจ หยุดอยู่ที่ศูนย์กลางดวงสมาธิ พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่งกว่า แต ดวงสมาธิ ดวงสมาธิก็ว่างออกไป เห็นดวงปัญญาอยู่กลางดวงสมาธิ ส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่งกว่าดวง วิมุตติ ดวงวิมุตติก็ว่างออกไป เห็น ดวงวิมุตติญาณทัสสนะอยู่ในกลาง ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ให้ใจหยุดอยู่ในศูนย์ แต่พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่ง กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ แต่ กว่าดวงปัญญา ดวงปัญญาก็ว่าง พอถูกส่วนเข้า ใจก็ละเอียดยิ่งกว่า ออกไป เห็นดวงวิมุตติอยู่ในกลาง ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ดวงวิมุตติ ดวงปัญญา ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์ ณาณทัสสนะก็ว่างออกไป ตาของ กลางดวงวิมุตติ แต่พอถูกส่วนเข้า กายอรูปพรหมก็เห็นตนของตนเอง ใจก็ละเอียดยิ่งกว่าดวงวิมุตติ ดวง อยู่ในศูนย์กลางดวงวิมุตติญาณทัส- วิมุตติก็ว่างออกไป เห็นดวงวิมุตติ สนะนั้น เหมือนตาของกายรูปพรหม ญาณทัสสนะ อยู่ในกลางดวงวิมุตติ เห็นตนของกายรูปพรหมเองฉะนั้น ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางดวง ที่แสดงมานี้ก็เป็นวิธีท่าตัวให้เป็น วิมุตติญาณทัสสนะ แต่พอถูกส่วน พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เข้าใจก็ละเอียดยิ่งกว่าดวงวิมุตติ ยู ขน ๑ ญาณทัสสนะ ดวงวิมุตติญาณหัส กัลยาณมิตร/ ๑๘ สนะก็ว่างออกไป ตาของกายธรรม ก็เห็นกายของพระองค์เอง อยู่ที่ศูนย์ กลางของดวงวิมุตติญาณทัสสนะนั้น เหมือนตาของกายอรูปพรหม เห็น ตนของตนเองฉะนั้น ที่ได้แสดงมา นี้เป็นวิธีที่ท่าตัวให้เป็นพุทธรัตนะ พรหม ทง 07 ธรรมรัตนะ ลังฆรัตนะขั้น ๑ เมื่อท่า มาถึงกายธรรมหรือ ธรรมกายดังนี้แล้ว ก็รู้จักตัวตน ชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย เพราะกาย ทั้ง ๕ บอกตัวของตัวเอง กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูป ทั้ง 07 กายนี้ บอกตัวเองอยู่ ว่าไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวเป็นแต่สมมุติ เท่านั้น รู้ได้เองว่ากายมนุษย์มาเกิด เป็นมนุษย์แล้ว ก็ชั่วคราวตามอายุ ชัยและวัย สิ้นปัจจัยคือบุญและ บาปแล้ว ก็แตกสลายไป รูได้จริงๆ อย่างนี้ ไม่ใช่แต่รู้ เห็นด้วยตาของ คนด้วยกันทั้งนั้น ส่วนกายทิพย์ หรือรูปพรหม อรูปพรหม สิ้นอำนาจของบุญกรรม และรูปฌาน อรูปฌานแล้ว ก็แปร ไปเหมือนกายมนุษย์ ต่างกันแต่ช้า และเร็วเท่านั้น ตนทุก ๆ ส่วนกายธรรมหรือธรรมกาย เป็นตัวยืนบอกความจริงว่าเที่ยง เป็นสุข เป็นตัว ส่วนกายทั้ง x เป็น ตัวยืนบอกเท็จว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว เท็จต่อความจริงอย่างนี้ เมื่อไม่รู้เห็นจริง จะรู้เห็นเท็จได้ อย่างไร ต้องรู้จริงเห็นจริงเสียก่อน จึงย้อนมารู้จักเท็จได้ดังนี้ 7 พฤศจิกายน ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More