ข้อความต้นฉบับในหน้า
E.
สอน
น้อง
เณร
โดย สามเณรวัดพระธรรมกาย
สติเจณบักในธาต
ชื่อว่าเป็นคนเลวกว่าบุคคลนั้น
บุคคลมูไม่โกรเซตอบยูโกร!!ก่อน
บุคคลโกรเตอบบุคคลยูโกร!!ก่อน
“สติเป็นหัวใจในชีวิด
เหมือนเข็มทิศน่า ทางกลางไพรสณฑ์
หมั่นประกอบสติอยู่คู่กายตน
ย่อมหลุดพ้นวังวนมนต์แห่งมาร
วันแล้ววันเล่า
ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง
หน่ายหนี ไม่เคยมีใครสนใจเขาและ
ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่เคยสนใจใคร แม้
เขาจะเป็นคน แต่รู้สึกเหมือนไม่ใช่คน
ชื่อว่าชนะสงคทมที่ชนะได้โดยยาก สวัสติ น้องเณรที่ติดถึง
เพราะเขา “ขาดสติ” ควบคุมอารมณ์
ของตนเองไม่ได้ อาละวาด...โวยวาย...
ฉบับนี้พี่เณรอยากจะพูดถึงเรื่อง ดีใจเสียใจ... ร้องไห้... ช่างน่าสงสาร
สำคัญเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ “สติ”
เสียจริง
ให้น้องเณรฟัง เนื่องจากสติเป็นหัวใจ
ในอดีตเขาเคยมีคนรัก...แต่เขา
ในชีวิต ถ้าขาดสติแล้วชีวิตย่อมล้มเหลว
ได้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักลงอย่าง
เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือคอยคัดท้าย กะทันหัน ทำ ให้เกิดอาการข้อคอย่าง
นาวาชีวิต ย่อมแล่นไปไม่ถึงฝัง ก่อน
ฉับพลัน และเสียสติในที่สุด เขามี
อื่นลองมาฟังเรื่องราวดูสักเรื่องหนึ่ง
อาการคล้ายคนบ้าเสื้อผ้ารุ่งวิ่ง ไม่มี
ชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ภายในบ้าน ใครเหลียวมองและเห็นใจเขา ชีวิตเขา
อันเงียบสงัด บ้านน้อยหลังนี้มีสภาพ ว้าเหว่โดดเดี่ยวเดียวดายมาตลอด และ
ทชุดโทรม เก่าคร่ำคร่าเกือบจะดูไป ตลอดชีวิตเขาก็เป็นเช่นนี้ จนกระทั่ง
ออกว่าเป็นบ้าน เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง
ถึงวันที่เขาตายจากโลกนี้ไปอย่างน่า
การดินทางในวัฏฏะอันมดมด
ใกล้ประตู มีกระถางว่านวางอยู่เบื้อง สลดใจ
หน้า วันๆ เขานั่งๆ นอนๆ อยู่บน
แคร่ไม้ไผ่ด้วยสายตาที่เหม่อลอย จิต หลายชีวิตต้องทุกข์ทนจนอับสน
ใจสับสนคล้ายกับมีอะไรบางอย่างอยู่ ขาดสติ รู้ทันมารผจญ
ในใจ บ่อยครั้งที่เขามักจะเพ้อรำพึง หมั่นเตือนตนเตือนจดติดใคร่ครวญ
รำพันกับตัวเอง
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...
พฤศจิกายน ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร
“สติเป็นหัวใจในทุกจังหวะของ
ชีวิต” จิตใจที่ไร้สติก็คล้ายกับทะเลบ้า