มหาทานในสมัยพุทธกาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 11 หน้า 122
หน้าที่ 122 / 164

สรุปเนื้อหา

เหมือนใคร เพราะเราต้องการที่จะได้บุญมาก ๆ ระหว่างที่ประทับในห้องบรรทมอยู่นั้น พระ ใช่ไหมคะ ในสมัยพุทธกาลก็เหมือนกันมีการทำ องค์ทรงดำริถึงอุบายที่จะเอาชนะทานที่ชาวพระ ทานแข่งขันกันว่าทานของใครจะดีกว่ากันเป็นเลิศ นครจะเตรียมอยู่ตลอดเวลา พระนางมัลลิกาเทวี กว่ากัน หลานๆ ลองมาฟังกันดูนะคะ ป้าน้อยจะ พระมเหสีทรงเห็นพระอาการของพระราชสวามี ทูล น่าเรื่องในสมัยพุทธกาลมาเล่าให้ฟังค่ะ ถามพอได้ความแล้ว พระนางมัลลิกาจึงทูลว่า ในสมัยพุทธกาล ของพระบรม ห่วงในเรื่องนี้แด่พระองค์ ขอพระองค์อย่างทรงเป็น ด้วยภิกษุ ๕๐๐ “ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงรับ- พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ด้วยไม้เรียบที่ทำ ด้วยไม้สาละ และไม้ขานาง พระภิกษุที่เหลือจะนั่งนอกวงเวียน ขอจงรับสั่งให้ทำ เศวตฉัตร ๕๐๐ คัน เตรียมข้าง ศาสดาเสด็จจาริกไปยังพระเช

หัวข้อประเด็น

- มหาทานในสมัยพุทธกาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เหมือนใคร เพราะเราต้องการที่จะได้บุญมาก ๆ ระหว่างที่ประทับในห้องบรรทมอยู่นั้น พระ ใช่ไหมคะ ในสมัยพุทธกาลก็เหมือนกันมีการทำ องค์ทรงดำริถึงอุบายที่จะเอาชนะทานที่ชาวพระ ทานแข่งขันกันว่าทานของใครจะดีกว่ากันเป็นเลิศ นครจะเตรียมอยู่ตลอดเวลา พระนางมัลลิกาเทวี กว่ากัน หลานๆ ลองมาฟังกันดูนะคะ ป้าน้อยจะ พระมเหสีทรงเห็นพระอาการของพระราชสวามี ทูล น่าเรื่องในสมัยพุทธกาลมาเล่าให้ฟังค่ะ ถามพอได้ความแล้ว พระนางมัลลิกาจึงทูลว่า ในสมัยพุทธกาล ของพระบรม ห่วงในเรื่องนี้แด่พระองค์ ขอพระองค์อย่างทรงเป็น 34 ด้วยภิกษุ ๕๐๐ “ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงรับ- พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ด้วยไม้เรียบที่ทำ ด้วยไม้สาละ และไม้ขานาง พระภิกษุที่เหลือจะนั่งนอกวงเวียน ขอจงรับสั่งให้ทำ เศวตฉัตร ๕๐๐ คัน เตรียมข้าง ศาสดาเสด็จจาริกไปยังพระเชตวันมหาวิหารพร้อม แทนพระองค์เอง” แล้วจึงกราบทูลอีกว่า - รูป เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทอด พระเนตรเห็นพระบรมศาสดา จึงทูลอาราธนาให้ สั่งให้ทำ มณฑปสำหรับนั่งภายในวงเวียน สำหรับ เสด็จเสวยภัตตาหารยังพระบรมมหาราชวัง พร้อม ทั้งหมู่สงฆ์ ในวันรุ่งขึ้น พระราชาทรงตระเตรียม ขาทนียโภชนียาหารอันประณีตอย่างมากมาย แล้ว อังให้ราชบุรุษไปป่าวประกาศเรียกชาวพระนครมา ๕๐๐ เชือก สำหรับถือเศวตฉัตรเหล่านั้น แล้วยืน ดูมหาทานที่พระองค์ได้จัดเตรียมไว้ วันรุ่งขึ้นชาว กั้นอยู่เบื้องบนพระภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้น ให้ราชบุรุษ พระนครก็พากันมาดูมหาทานของพระราชา อีก ทํา เรือด้วยทองคํา 57 หรือ ๑๐ ปี กลางมณฑปของ วันต่อมาพวกชาวพระนครจํานวนมากจึงทูลอารา- เรือเหล่านั้นจะมีเจ้าหญิง ๑ องค์ นั่งบดของหอม ธนาพระบรมศาสดาและหมู่สงฆ์บ้าง แล้วก็ช่วย ชนิดต่างๆ ของหอมที่บดแล้วนำ มาใส่ในเรือทองคำ กันเตรียมมหาทานที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พระราชาถวาย เจ้าหญิงที่เหลือจะถือดอกบัวเขียว เคล้าด้วยของ เสียอีก พวกชาวพระนครได้ส่งข่าวไปกราบบังคม หอมไปใส่ไว้ในเรือทองคำ แล้วถวายให้พระภิกษุ ทูลเชิญพระราชาเพื่อให้เสด็จมาทอดพระเนตร อบไอของหอมนั้น พวกชาวพระนครก็จะต้องแพ้ มหาทานที่พวกเขาเหล่านั้นได้จัดถวาย พระราชา ทอดพระเนตรมหาทานที่ชาวพระนครได้จัดถวาย แล้วจึงทรงดำริว่า “ทาน อันชนเหล่านั้น แล้ว ช้างก็ไม่มี ชาวพระนครต้องแพ้พระองค์ด้วยเหตุนี้ ยิ่งใหญ่กว่าทานของเรา เราจักถวายทานให้ยิ่ง ขอพระองค์โปรดรับสั่งให้ ตามหม่อมฉันเถิด ใหญ่กว่านั้นอีก” พระราชาจึงรับสั่งให้เตรียมมหา หมูสงฆ พระองค์อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหญิงในพระนคร จะไม่มีเหลือเลยแม้แต่องค์เดียว เศวตฉัตรก็ไม่มี เพคะ” พระเจ้าปเสนทิโกศลสดับค์ พระนางมัล พวกชาวพระนครก็เตรียมมหาทานอีก ลิกาแล้วตรัสว่า “นางผู้เจริญ ช้างที่มีอยู่มีจำนวน ทานอีกในวันรุ่งขึ้นเพื่อถวายพระบรมศาสดาพร้อม ในวันต่อมาเช่นกัน สลับกันไปสลับกันมา ไม่มี ใครแพ้ใครชนะ จนครบ 5 ครั้ง พระราชาจึงทรง ไม่เพียงพอกับพระภิกษุยังขาดช้างอยู่อีกหนึ่งเชือก” พระนางมัลลิกาทูลถามว่า “ช้างอีกหนึ่ง พระราชาตอบว่า “ไม่ใช่ไม่มี แต่ว่าช้างที่ ดำริว่า “ถ้าเราไม่สามารถทำ มหาทานให้ยิ่งใหญ่ไป เชือก ไม่มีเชียวหรือเพคะ” กว่าทานของชาวพระนครได้ เราก็ไม่ควรที่จะมี ชีวิตอยู่อีกต่อไป” แล้วพระองค์ก็เสด็จเข้าบรรทม เหลือเหล่านั้น เป็นช้างที่ดุร้าย ถ้าช้างเหล่านั้น กัลยาณมิตร ๑๒๐ พฤก็จกายน ๒๕๓๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More