ข้อความต้นฉบับในหน้า
พึ่งของมวลมนุษยชาติ พระองค์ได้
การสับปหารของข้าศึกได้ เขาชนะ
ตรัสเปรียบพระภิกษุผู้มุ่งสร้างบุญสร้าง สงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม
บารมีต่อสู้กับกิเลสภายในตัวและภาย ย่อมอึดครองค่ายสงครามนั้นไว้ได้”
นอก งมาชมเร้า ดุจากชุมล้อม
ฝ่ายตรงข้ามฉะนั้น พระพุทธองค์ตรัส
ไว้ในปฐมโยธาชั่วสูตรว่า
“ภิกษุทั้งหลาย มักรบประเภท
ที่ ๑ เพียงเห็นมัน (ของข้าศึก) ฟังขึ้น
เท่านั้นย่อมหยุดนิ่ง สะทกสะท้านไม่
สามารถเข้ารบได้
นักรบประเภทที่ ๒ แม้เห็นมัน
ฟังขึ้นก็อดทนได้ แต่พอเห็นยอดธง
ของข้าศึกเท่านั้น ก็หยุดนิ่ง สะทก
สะท้าน ไม่สามารถเข้ารับได้
ค่าว่า นักรบนั้นเป็นภาษาบาลี
ใช้คำว่าโยธ (อ่านว่า โยธะ) ศัพท์
เดิมเป็น อุธ ธาตุ ในความรบ หรือต่อสู้
แล้วประกอบ ณ ปัจจัย คามหลัก
ไวยากรณ์ของภาษาบาลี จึงสำเร็จรูป
เป็น โยธ แปลว่า นักรบ หรือถ้าจะ
วิเคราะห์ศัพท์ก็สามารถเขียนเป็นรูป
วิเคราะห์ได้ว่า ยุขฌดีต โยโธ
(คำแปล) ผู้โดยอมรบ เหตุนั้น
ผู้นั้นชื่อว่านักรบ
จะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ
ต่างๆ นานา แต่ในทางธรรมนั้น ผู้ที่
จะเป็นนักรบกล้าแห่งกองทัพธรรมได้
จะต้องมีธรรมะที่จะทำ ให้เกิดกำลังคาม
ที่พระพุทธองค์แสดงไว้ ๕ ประการคือ
©.จะต้องมีศรัทธาคือความเชื่อ
ที่ประกอบด้วยปัญญา ความมั่นใจใน
ความจริง ความดี สิ่งที่ดีงาม และใน
การทำ ความดี ไม่ไหลตื่นตูมไปตาม
ลักษณะอาการภายนอก
๒.จะต้องมีวิริยะ คือความพาก
เพียร ความไม่ท้อถอยเป็นคุณธรรม
ทางใจ เรียกความรู้สึกนี้ว่า “ความ
หรือว่าผู้โดย่อมรบ (สู้) กับกิเลส กล้า” หรือกล้าที่จะทำ ความดี
เหตุนั้นผู้นั้นชื่อว่านักรบ
นักรบประเภทที่ ๓ แม้เห็นมัน
ฟังขึ้นก็อดทนได้ แม้เห็นยอดธงของ
ข้าศึกก็อดทนได้ แต่พอได้ยินเสียงกึก
ณ.จะต้องมีสติ คือ ความระลึก
ในบางครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธ
นึกได้ถึงความ ผิด-ขอบ-ชั่ว-ดี เป็นสิ่ง
เจ้าตรัสกับพระภิกษุ พระองค์ ทรง
ก้องของกองทัพข้าศึกเท่านั้นก็หยุดนิ่ง เปรียบพระภิกษุเหมือนกับนักรบที่
สะทกสะท้าน ไม่สามารถเข้ารบได้
นักรบประเภทที่ ๔ แม้เห็นมัน
ฟังขึ้นมาก็อดทนได้ เห็นยอดธงของ
ข้าศึกก็อดทนได้ ในที่สุดแม้ได้ยินเสียง
กึกก้องของกองทัพข้าศึก ก็สามารถ
กำาลังลงสู่สงคราม ซึ่งจะต้องต่อสู้กับ
กิเลสภายในและภายนอกตัว บางครั้ง
พระพุทธองค์ตรัสเรียกพระภิกษุว่าเป็น
ทหารบ้างก็มี โดยพระองค์ใช้ค่าว่า
ทหรภิกขุ (ทะหะระภิกษุ) หมายถึง
อดทนได้ แต่ว่ายอมขลาดสะดุ้งต่อ ภิกษุหนุ่ม (ในภาษาไทยน่า มาใช้ว่า
การลับปหารของข้าศึก
ฟุ้งขึ้นก็อดทนได้ เห็นยอดธงของข้าศึก โลกและทางธรรมจะต้องเป็นผู้มี
กระตุ้นเตือนให้ ดีด พูด ทำในสิ่งที่
ถูกต้อง ทำให้ไม่ลืมตัวไม่เผลอตัว ใช้
ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญสั่งต่าง ๆ ได้
๔.จะต้องมีสมาธิ คือความที่
จิตตั้งมั่น สงบแน่วแน่ไม่ฟุ้งซ่าน
๔.จะต้องมีปัญญา คือความรู้
เข้าใจแยกได้ในเหตุผล ชั่วดี คุณโทษ
ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ บุญและบาป
เมื่อมีคุณสมบัติพร้อมทั้ง ๕
ทหาร)
นักรบประเภทที่ ๔ แม้เห็นมัน
ไม่ว่านักรบหรือทหาร ทั้งทาง
ประการนี้แล้ว ท่านคือผู้หนึ่งที่จะได้
รับการยกย่องสาธุการจากหมู่เทวดา
และมนุษย์ทั้งหลายว่า เป็นนักรบกล้า
เยี่ยมได้ คือในทางโลกทั่วๆ ไป นักรบ
แห่งกองทัพธรรม
ก็อดทนได้
ได้ยินเสียงกึกก้องของ คุณสมบัติพร้อมจึงจะเป็นนักรบที่ยอด
กองทัพข้าศึกก็อดทนได้ อดทนต่อ
กัลยาณมิตร
พฤศจิกายน ๒๕๓๘