ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระกุมารกัสสปะ และพระภิกษุ จากพระเถระ จึงพร้อมหน้ากันออก
ทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระบรม เดินทางจากที่พักของตน มุ่งตรงไป
ศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แวะเข้า ยังป่าสีลปาวันแห่งนั้น
มาพักที่สลปาวันอุทยาน ทั้งยัง
ทั้งยังได้
เป็นเวลาเดียวกับพระยาปา
ยินกิตติศัพท์ชื่อเสียงเกียรติคุณของ ยาสกำลังนอนเล่นพักผ่อนอยู่บน
ท่านว่าเป็นพระอรหันตสาวกผู้ทรง ยอดปราสาท เมื่อมองลงมาเห็น
คุณวิเศษในด้านความฉลาดมีปัญญา
พวกพราหมณ์ พ่อค้า ประชาชน
มีปฏิภาณไหวพริบที่ดีเลิศเป็นพหูสูต ต่างพากันลุ่มเดินไปเป็นหมู่ๆ มุ่ง
และเป็นผู้ที่สามารถกล่าวธรรมได้ หน้าสูสสปาวันเช่นนั้น ก็นึกสงสัย
วิจิตรพิสดาร จึงพากันคิดว่าเป็น เป็นกำลัง จึงเรียกอำมาตย์ของตน
โอกาสอันประเสริฐของพวกเขาทั้ง
หลายแล้วที่จะได้ยินได้ฟังธรรมะ
เข้ามาถาม
“ท่านขัตตะอำมาตย์ ท่าน
กัลยาณมิตร/^X
พฤศจิกายน ๒๕๓๔
ทราบไหมว่า ชาวเมืองพวกนั้นเขา
พากันมุ่งหน้าไปที่สีลปาวันด้วยเหตุ
อันใดหรือ”
“กระผมทราบมาว่าบัดนี้มี
สมณะรูปหนึ่งชื่อว่าพระกุมารกัสสป
เถระ ผู้เป็นพระอรหันตสาวกของ
พระสมณโคดมพุทธเจ้า เป็นหัวหน้า
นำ คณะพระภิกษุ ๕๐๐ รูป มาพัก
ที่ปาสีลปาวันขอรับ” ขัตตะอำมาตย์
กราบเรียนตอบ
“พระเถระรูปนั้นมีดีอะไรหรือ
ผู้คนจึงพากันไปกราบนมัสการท่าน
มากมายถึงเพียงนี้” พระยาปายาสิ
ถามตอ
“ขอรับท่าน กระผมได้ยิน
กิตติศัพท์ของพระเถระว่า ท่านเป็น
อรทันตสาวกที่มีความรู้ดี มีการ
ศึกษามาก เป็นนักปราชญ์ มีความ
ฉลาดสามารถกล่าวโต้ตอบปัญหา
ธรรมได้เข้าใจแจ่มแจ้ง มีเหตุมีผล
และที่สำา คัญท่านเป็นสมณะที่มีความ
ประพฤติเรียบร้อย สงบ สำรวม มี
ศีลาจารวัตรที่งดงาม ยังความเลื่อม
ใสให้เกิดขึ้นแก่ผู้พบเห็นและผู้ที่รับ
ฟังค่า ลังสอนหรือผู้ที่ได้สนทนากับ
ท่าน ชาวเมืองจึงพากันไปกราบ
นมัสการด้วยถือเป็นโชคอันประเสริฐ
เช่นนี้ละขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีนะสิ เราเองก็
อยากจะทราบเหมือนกันว่า ค่ำ ปุจฉา
วิสัชนาของพระเถระจะมีเหตุมีผล
น่าเชื่อถือสมคำ เล่าสิอหรือไม่ ท่าน
ขัตตะ จงไปบอกให้ผู้คนเหล่านั้น