ข้อความต้นฉบับในหน้า
อำนาจของเรา ด้วยอุบายอันชอบ ดัง
นายควาญช้างข่มช้างตกมันไว้ด้วยขอ
เราจักตั้งสติในอารมณ์แห่ง
ฉะนั้น
กรรมฐาน ให้ใจหยุดนิ่งเป็นอารมณ์
เดียว มีใจมุ่งตรงต่อพระนิพพาน....”
แล้วในที่สุด พระตาลปุฏะก็ได้
บรรลุอรหัตผลอันเลิศ ถึงพร้อมด้วย
วิชขาและอภิญญาเสร็จกิจในพระพุทธ-
ศาสนา ท่านได้เตือนสดี “สอนตนเอง
จนเอาชนะใจตนเอง” จิตที่อบรมดี
แล้วด้วยสดี จักเป็นจิตที่ตัณหาเกาะ
เกี่ยวไม่ได้ บุคคลผู้มีสดีทุกเมื่อ ย่อม
ล่วงพ้นวัฏฏสงสารได้
เอาไว้
น้องเณรจะเห็นได้ว่า สตีเป็น ที่ศูนย์กลางกาย นึกฝนใจให้หยุดนิ่ง
หัวใจในการบรรลุมรรคผลนิพพาน โดยมี “สติคู่กับสบายและทำ อย่างสม่ำ
“สติ...อาวุธคู่ใจของผู้มีชัยชนะ* ธรรมดา เสมอ” ตามค่า ลังสอนของพระเดช
ของจิตมนุษย์นั้นกลับกลอกไปมาตลอด พระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ได้แนะนำ
เวลา เหมือนวานรที่กระโดดจากกิ่งไม้
กิ่งนี้ไปสู่กึ่งโน่น กลอกกลิ้งไปมาเหมือน การฝึกสติจะทำ ให้เราเป็นผู้ไม่
น้ำกลิ้งบนใบบอน การเวียนว่ายตาย ประมาทในชีวิต สติจะกระตุ้นเตือน
เกิดที่ผ่านมาผ่านไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น ให้เราขวนขวายในการสร้างบารมี ย้ำ
ล้วนมีสาเหตุมาจากจิตที่ขาดสดี ดิ้นรน เตือนให้เราตระหนักถึงหน้าที่ของการ
สับสนไม่หยุดนิ่ง ถ้าเราไม่ทันมานึก เกิดมาเป็นมนุษย์ ตักเตือนให้เราไม่
สดีกัน ชีวิตก็คงต้องว่ายวนเวียนอยู่ใน ประมาทในเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่เพียง
น้อยนิด ดังนั้นเราควรมิสติกำกับตัว
เสมอ ไม่ว่าจะคิด พูด ทำ สิ่งใด ไม่
ควรให้ถล่า ลงไปสู่ความเสื่อม ควรมี
ทะเลแห่งวัฏฏะอีกต่อไป...
ตั้งสติหยุดนิ่งซึ้ง เกษมศานต์
รู้รอบขอบเขตฐาน ตั้งแก้ว
รู้สติพอประมาณ ฌานมั่น
สติระลึกถึงสิ่งที่ต้องทำ กรรมที่ต้อง
ระลึกรู้องค์พระแก้ว ผ่องแผ้วกลางศูนย์ เว้นอยู่เสมอ
การนึกสดี ประคองใจไว้ที่ศูนย์
กลางกาย
สติต้องนึกในทุกอิริยาบถ ทุก
ถือเป็นหลักธรรมปฏินดี พ่วงพี่เราต้องมีสติ ตั้งแต่ตื่นนอนจน
ที่แท้จริง ไม่มีหลักธรรมใดที่ยิ่งใหญ่ กระทั่งเข้านอนต้องเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ
ไปกว่า การอบรมจิตใจให้หยุดนิ่งอย่าง คือตื่นจากกิเลสไม่ให้อกุศลเข้าครอบ
มีสติ การปฏิบัติธรรมเพื่อให้บรรลุ ในแง่การปฏิบัติในชีวิตจริง พอตื่น
มรรคผลนิพพาน ต้องอาศัยสติตั้งแต่ นอนเริ่มรู้ตัวก็เอาใจจรดไปที่ศูนย์กลาง
เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ใจของ กาย ตรึกธรรมะใสๆ เลย แล้วแผ่
เราจะต้องนำ มาตั้งไว้ในแหล่งของสติ เมตตาให้สรรพสัตว์ได้รับความสุขทั่ว
พฤศจิกายน ๒๕๓๘ O
กัลยาณมิตร
หน้า ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน มิสติ
อย่าให้ใจคลาดจากศูนย์กลางกาย “จะ
ท่าอะไรก็ทําไปแต่ใจจรดศูนย์" ท่
อย่างนี้บุญเพิ่มพูนสติสมบูรณ์ “สติจะ
สมบูรณ์เมื่อใจจรดศูนย์กลางกาย"
สติลือประคองใจไว้ที่ศูนย์
บุญเพิ่มพูนช่วยเก้อกูลดวงขัดใส
ใจตั้งมั่นพึ่งเขากลางกายเรื่อยไป
องค์พระใสสว่างโพลงโล่งเบาสบาย
มันแปลกนะ คนเรานี้คิดให้ดีก็
น่าว่า “สิ่งที่อยากว่า กลับลืม สิ่งที่อยาก
ลืมกลับจำ” สิ่งดีๆ ที่ต้องจดว่า มีมาก
มายกลับไม่จ่า ไปง่า สิ่งที่ไม่ควรง่า
แต่สิ่งที่อยากจะลืมกลับลืมไม่ลง เลย
ต้องทนหวานอมขมกลืนกันไป มีสิ่ง
หนึ่งที่จะลืมไม่ได้ คือ “อย่าลืมศูนย์
กลางกาย" ล้าง่า อะไรไม่ได้ขอให้จ่า
แค่เลขสามตัว “๐๗อ” ศูนย์กลางกาย
ฐานที่เจ็ดเหนือสะตือขึ้นมาสองนิ้วมือ
น้องเณรตั้งสติให้ดี ๆ ให้ได้ “๐๗อ
ว่า แค่นี้ได้ไปนิพพานได้ “สติเป็นหัวใจ
พาเราไปพระนิพพาน”
ท้องฟ้าไม่เคยลืมฝน
สายขลไม่เคยลืมปลา
พนาไม่เคยลืมไม้
ใจใสไม่เคยลืมบุญ
พระอาทิตย์ไม่เคยลืมวัน
พระจันทร์ไม่เคยลืมคืน
ทะเลไม่เคยลืมคลื่น
ตื่นไม่เคยลืมศูนย์กลางกาย,