ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาประทับในใจของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปฏิบัติ ให้ผุดตระการขึ้นมา ณ กลางใจ ที่กึ่งกลางกายได้โดย
กวาจะ
ง่าย เพียงอาศัยนึกโน้มใจไปหาดวงแก้วใส หรือไม่ก็
อรรมรักการทำสมาธิภาวนาย่อมทราบดีว่า
ทำใจให้สว่าง ให้สดใสนั้นยากเพียงไร ความสว่าง ตะวันควงไสว และนึกได้แม้กระทั่งดวงดาวฤกษ์ให้
ในใจของเรานั้นมีค่าเพียงไหน อีกทั้งความสว่างนี้มี มาแจ่มใสเอิกเกริกอยู่ในความรู้สึก
ความหมายเท่ากับความสำเร็จ ความรุ่งเรืองในชีวิต มองเรา
จึงไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะให้ภาพแห่งความมืดมีดเข้า
มาดีดในใจเรา
ตรงกลางกาย
แล้วนึก...นึก...นึก...ให้ดาวฤกษนใจทั่วความสว่าง
จนกระทั่งกลายเป็นเดือนดวงใหญ่ หรือไม่ก็ตะวัน
เงาพระราหู ประทับบนดวงตะวันได้ แต่จะ ยามเที่ยงวัน นึกไปเรื่อยๆ นึกอยู่เสมอ นึกสบายๆ
ไม่มีวันยอมให้ช่วงกรายเข้ามาอยู่ในใจของเราเป็นชั้น ลืมความหวาดกลัวใดๆ ออกไปเสียให้สิ้น พร่ำเดือน
ตัวเองให้ตั้งมั่นศรัทธาในพระรัตนตรัยอยู่เสมอ บอก
ทั้งหมดนี้ จะถือเป็นควันหลงของอุปราคา ตัวเองอยู่ร่ำไปว่า ไม่มีภัยใดๆ จะพึงย่างกรายเข้ามา
สุริยคราสก็ได้ เพียงแต่ผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะ ในชีวิตได้ หากเรายังตั้งตน วางใจอยู่กับพระรัตนตรัย
ต้องไม่ปล่อยให้ลูกหลาน อนุชนรุ่นหลังของเราต้อง เช่นนี้
ยาต
ประสบกับความหวาดกลัว
จนถึงกับท่าน ในสิ่งที่ไม่
และถ้ายังไม่มั่นใจพอ ให้ใบหาเวลาเป็นตัวเอง
บังควร จนกลายไปเข้าลักษณะค่าของคนโบราณที่ว่า ไปประพฤติปฏิบัติธรรมเสียสามวัน ห้าวัน เจ็ดวัน
“ชักเข้าทักพี่สักเข้าปามอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ ตามกำหนดเวลาที่พอจะเป็นไปได้ หรือถ้าเป็นไปไม่
และสำหรับหลายคนที่พลั้งเผลอไปให้ความสน ได้อีก เพราะหาเวลาไม่ได้ก็ให้ท่า ดารางเวลาให้ตัวเอง
ใจกับสุริยุปราคามากเกินไป เพราะความหวาดหวั่น ให้พอที่จะลุกขึ้นมาใส่บาตรสวดมนต์เช้าก่อนไปทำงาน
กลัวภัยจะมาใกล้ตัว จนยอมให้ความไม่รู้เดินซัน สวดมนต์เย็น ท่า สมาธิก่อนนอนให้ใต้...ให้จงได้
หน้าไปชักศึกเข้าบ้านมาด้วยตัวเองนั้น หากได้อ่าน
บทความนี้ อาจจะเกิดความหวั่นกลัวขึ้นมาอีกก็ได้
น่าที่จะหวั่นไหวได้มากกว่าคอนที่กลัวสุริยุปราคาก็
เป็นได้ เพราะตัวเองได้ชักศึกตัวใหญ่มาไว้เสียแล้ว
...จะทําอย่างไรดี
เพื่อให้แสงสว่าง และให้พระรัตนตรัยในตัว
ทอแสงขึ้นมาบดบังข้าศึก ดัดกำลังให้ไม่สามารถ
ก่อกวน หรือสร้างความเดือดร้อนกับตัวเอง และ
ครอบครัวของเรา
ยิ่งกว่านั้น เพื่อความปลอดภัยอย่างมั่นใจ
อะไรที่เป็นกุศลกิจให้รีบกระทำ โดยเฉพาะการสร้าง
พระประจำตัว เพราะพระประจำ ตัวหมายถึงค่า มั่น
สัญญาว่ามีพระนิพพานเป็นจุดหมายปลายทาง และ
ผู้มีนิพพานเป็นเป้าหมายชีวิต ย่อมอยู่ในวิสัย พระ
พุทธเจ้าทุกพระองค์ และธรรมกายทั้งปวงจะดูแล
ให้ทำอย่างนี้ คือทบทวน แล้วถามตัวเองว่า
เราเป็นชาวพุทธใช่หรือไม่ ถ้าได้ค่าวตอบว่าใช่ ก็ให้
กำชับลงไปว่า พุทธศาสนาคือพระรัตนตรัย และ
พระรัตนตรัยคือที่พึ่งอันเป็นที่สุด อันยิ่งใหญ่ ไม่เคย
เป็นโทษ ให้โทษ หรือให้พิษภัยกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่า
บุคคลนั้นจะเข้าใจในพระรัตนตรัยหรือไม่เพียงใดก็ตาม รักษาให้รอดพ้นจากปวงภัยทั้งปวง
อีกทั้งพระรัตนตรัยยังมีแต่ให้อภัย คอยยื่นพระหัตถ์ แล้วจงลืมไปเสียให้สิ้นว่าเราเคยกราบไหว้บูชา
อันอบอุ่นปลอดภัยให้พวกเราทั้งหลายได้อาศัยเกาะ สิ่งที่ไม่ควรบูชา ว่า ได้ และว่า ไว้เสมอให้มั่นว่าพระ
เกี่ยวพาตัวเองขึ้นไปเบิกบานอยู่ในพระหัตถ์อันกว้าง รัตนตรัยตระการอยู่กลางใจของตน อย่างจะไม่มีวัน
ใหญ่ไม่มีขอบเขตนั้นได้ อย่างไม่มีกาลเวลามาขีดขั้น หม่นแสงลงเลยในทุกๆ วันของชีวิต
ไม่เป็นไร...เมื่อได้ทบทวนถึงความเป็นชาวพุทธ
ของคนได้แล้ว ให้เพิ่มความเข้าใจลงไปอีกนิดหนึ่งว่า
พุทธศาสนา คือแก้วแห่งรัตนตรัย ที่สามารถอัญเชิญ
กัลยาณมิตร / 4) พฤศจิกายน ๒๕๓๘