พระพุทธรูปกาไหล่ทององค์ใหญ่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 8 หน้า 20
หน้าที่ 20 / 116

สรุปเนื้อหา

พระพุทธรูปกาไหล่ทององค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร แท่นวัชรอาสน์ ละลานตาด้วยเครื่องสักการะ จากพุทธตาสนิกชนทั่วโลก จากเมืองพาราณสีถึงพุทธคยาใช้เวลาเดินทาง เกือบ ๑๐ ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางห่างกันเพียง ๒๕๐ กิโลเมตรเท่านั้น เริ่มทำใจได้บ้างแล้วกับการเดินทางบน ถนนแคบๆ และขรุขระ แต่ที่ยังลำบากใจอยู่บ้างก็เรื่อง การบีบแตรเสียงดัง ทอดเสียงยาวเกินว่าเป็นของสารถี เมืองนี้นี่เอง ระหว่างการเดินทาง คุณวิไลไกด์ใจดีของเราก็ เอาขนมนมเนยมาแจกให้รับประทานกัน พร้อมกับมอบ ถุงพลาสติกใบเล็ก ๆ ไว้ใส่เศษกระดาษห่อขนมห่อลูกอม เป็นที่ทิ้งขยะประจำที่นั้ง หลังจากนั้นคุณวิไลจะใช้ถุงใบใหญ่ เก็บรวบรวมขยะของทุกคนมัดปากถุงเรียบร้อยแล้วก็ส่งต่อ ให้ไกด์ชาวอินเดียที่มาด้วยกัน ไกด์เจ้าของบ้านเปิด กระจกหน้าต่างแล้วโยนถุงขยะออกไปน

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธรูปกาไหล่ทององค์ใหญ่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธรูปกาไหล่ทององค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร แท่นวัชรอาสน์ ละลานตาด้วยเครื่องสักการะ จากพุทธตาสนิกชนทั่วโลก จากเมืองพาราณสีถึงพุทธคยาใช้เวลาเดินทาง เกือบ ๑๐ ชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางห่างกันเพียง ๒๕๐ กิโลเมตรเท่านั้น เริ่มทำใจได้บ้างแล้วกับการเดินทางบน ถนนแคบๆ และขรุขระ แต่ที่ยังลำบากใจอยู่บ้างก็เรื่อง การบีบแตรเสียงดัง ทอดเสียงยาวเกินว่าเป็นของสารถี เมืองนี้นี่เอง ระหว่างการเดินทาง คุณวิไลไกด์ใจดีของเราก็ เอาขนมนมเนยมาแจกให้รับประทานกัน พร้อมกับมอบ ถุงพลาสติกใบเล็ก ๆ ไว้ใส่เศษกระดาษห่อขนมห่อลูกอม เป็นที่ทิ้งขยะประจำที่นั้ง หลังจากนั้นคุณวิไลจะใช้ถุงใบใหญ่ เก็บรวบรวมขยะของทุกคนมัดปากถุงเรียบร้อยแล้วก็ส่งต่อ ให้ไกด์ชาวอินเดียที่มาด้วยกัน ไกด์เจ้าของบ้านเปิด กระจกหน้าต่างแล้วโยนถุงขยะออกไปนอกรถทันที แบบ กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒^13- หน้าตาเฉย พวกเราหลายคนที่เห็นร้อง “โอ!” พร้อมกัน คุณวิไลก็เลยชี้แจงว่า ความจริงแล้วคุณวิไลเองก็ทราบวิธี การทิ้งขยะของคนที่นี่ แต่ยังทำใจทิ้งเองไม่ได้จึงส่งให้เป็น หน้าที่ของเจ้าของบ้าน เวลาย่ำค่ำแล้ว คณะของเราเดินทางรอนแรมมา ไกลโข ทั้งเมื่อยล้าและเหนื่อยอ่อนเต็มที่ เราจึงนัดแนะ แวะพักที่เพิ่งขายกล่าใจริมทาง ดื่มชารสหอมหวานกันอีก ครั้ง แต่กล่าวใจเจ้านี้ไม่คลาสสิกเหมือนเจ้าที่แล้ว เพราะ ไม่ได้ใช้ถ้วยปั้นดินเผา แต่ใช้แก้วที่มีรูปร่างเหมือนแก้ว กาแฟโบราณบ้านเรา แม้รสชาติจะไม่แตกต่างกันนัก แต่ ด้วยภาชนะที่ต่างกันทำให้รู้สึกว่าเจ้าแรกอร่อยกว่าเยอะเลย แต่เจ้านี้ก็มีทีเด็ด มีขนมอร่อยไว้แกล้มกับน้ำชา เราเรียก กันว่า “นมตัด” มีส่วนผสมหลักก็คือ นมแพะกับธัญพืชที่ เรารู้จักกันดีถึงความมันอร่อย คือ “แมคคาดาเมีย” หลังจากชิมขนมไปหลายชิ้น พวกเราก็ตัดสินใจซื้อ “นมตัด” ติดมือมาเป็นเสบียงสำหรับการเดินทางกันคนละกล่อง สองกลอง ภาษิตจีนว่าไว้ “พันลี้ต้องมีก้าวแรก” แต่มา เมืองแขกเราคิดถึงแต่ก้าวสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อ สารถี ของเราดูท่าทางอยากจะให้ถึงที่พักเร็วๆ เหมือนกัน ความอยากถูกถ่ายเทจากปลายเท้าคันเร่ง ทำให้บางช่วง ที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ รถจึงโยกโยนผู้โดยสารแบบหัวไป ทางตัวไปอีกทาง ในที่สุดการเดินทางก็มาสิ้นสุดลงที่ วัดไทยพุทธคยาโดยสวัสดิภาพ เวลานั้นล่วงเลยไปกว่า 4 ทุ่มแล้ว ทุกคนจึงทั้งเหนื่อยล้า สะบักสะบอม และ ง่วงเหงาหาวนอนกันถ้วนหน้า แต่พระภิกษุที่ท่าน จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ท่านก็คอยรอรับคณะของเราด้วย ความเมตตา ทั้งยังให้ลูกศิษย์จัดเตรียมอาหารเย็นไว้ ต้อนรับอีกด้วย คืนนี้คณะของเราพักค้างที่วัดไทยพุทธคยา ได้บรรยายกาคดีกว่าพักโรงแรมเสียอีก หลังจากจัดสรรห้องพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณ วิไลบอกราตรีสวัสดิ์ พร้อมกับย้ำว่า “ถ้าคืนนี้ได้ยินเสียง อะไรประหลาดๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ" เอ! คุณวิไลเล่นจั่วหัว แบบนี้ แล้วจะนอนหลับได้อย่างไร จึงต้องซักไซ้ไล่เลียง ให้ได้ความกระจ่าง เธอก็เล่าต่อว่า คณะก่อนๆ ที่มาพักที่ วัดแห่งนี้ ตกดึกได้ยินเสียงโหยหวนดังระงมไปทั่ว ก็เลย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More