ข้อความต้นฉบับในหน้า
หรือการทำบุญกับท่าน ด้วยจิตใจอันเลื่อมใส จึงเป็น
ความดีทั้งนั้น อย่างที่อาตมาได้กล่าวไว้แต่แรก การเห็น
ท่านจริงๆ ก็เหมือนกับการเห็นพระโพธิสัตว์ หรือ
เหมือนกับการเห็นพระเถรีขีณาสพในสมัยพุทธกาล ผู้ทรง
คุณอันยิ่งใหญ่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า การเห็นบุคคล
หรือจิตเลื่อมใส ขนาดการเห็นอย่างเดียวก็ให้พ้นทุกข์ได้
อย่างเช่นที่พระองค์ตรัสไว้ในอรรถคาถาเวสสันดรจริยาว่า
“ท่านผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่เหล่านี้ น่าอัศจรรย์
ทั้งไม่เคยมีอย่างนี้ แม้เพียงจิตเลื่อมใสในท่านเหล่านั้น ก็
พูดไปทำไมถึงทำตามท่านเหล่านั้น
พึงพ้นจากทุกข์ได้ จะพูดไ
โดยทำสมควรแก่ธรรมเล่า"
ท่านบอกคนที่มองดูท่านผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ
อย่างเช่นคุณยาย แค่มองดูด้วยตา ด้วยใจเลื่อมใส เขา
เรียกว่าปิยะจักษุ ตาจะไม่เป็นสาเป็นฟางเป็นต้อตลอดกัป
หนึ่งในมงคลทีปนีได้กล่าวไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงที่
เรารักหรือปฏิบัติตามท่าน ยิ่งถ้าเราได้มาร่วมบุญ สร้าง
กุศลเหตุที่ดี การร่วมบุญกับท่านทุกครั้ง อันนี้ไม่ต้องห่วง
การได้ร่วมบุญกับท่าน แล้วก็ได้ใกล้ชิดท่าน มันเป็น
โอกาสที่ดีเพราะอะไร เพราะท่านมีบุญมาก เราได้เกิดร่วม
กับท่าน ได้ฟังท่านสั่งสอนนี่จะปิดอบาย จะทำให้เรารอดพ้น
จากอบาย ไปได้สถานเดียวคือสวรรค์กับนิพพาน
เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นคุณ เป็นคุณของการเห็นท่านผู้ทรง
คุณอันประเสริฐ
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเห็นยายอีก ก็ให้รักความ
สะอาดเหมือนยาย ให้รักธรรมะ ให้เห็นธรรมะเหมือนอย่าง
ที่ยายเห็น ถ้าอยากเห็นคุณยายทุกภพ ทุกชาติ ก็ให้มา
ร่วมบุญกับยายทุกครั้งให้ได้ แล้วถึงจะได้เห็นคุณยาย
สุดท้ายนี้ก่อนนั่งสมาธิ อาตมาจะขอฝากโอวาท
คุณยายอันเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยของท่านมา
ยังลูกหลานของยายทุกคน คือเสียงคุณยายจากเทปในคราว
ที่ท่านเป็นประธานกฐินครั้งแรก ขอให้ตั้งใจฟังกันให้ดีนะ
เสียงคุณยายจากเทป : มันแก่แล้ว อยากจะทำบุญ
กฐิน ทอดกฐินสักครั้ง ไม่เคยทอดกฐินเลยก็อยากจะทำ
ลักครั้งหนึ่ง เพื่อภพชาติต่อไปยายจะได้ไปสร้างวัดใหญ่ๆ
แล้วจะได้ไปทอดกฐิน จะได้เก็บเอาพรรคพวกเราตาม
๒ กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. 10*37(1
ดีดตัวไป
คุณยายบอกว่า ยายนานๆ ได้ทอดกฐินที่หนึ่ง
ช่วงนั้น กฐินครั้งแรก เป็นกฐินที่ท่านตั้งใจครั้งแรก ท่าน
ทุ่มเทมาก เพราะว่าท่านจะรวบรวมผู้ที่เคยสร้างบุญสร้าง
บารมีกันมา
ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างได้เต็มที่ก็เฉพาะวันเพ็ญ
ข้างขึ้น ส่วนช้างแรมย่อมไม่ปรากฏ แต่ดวงจันทร์คือคุณยาย
อาจารย์มหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา แม้ท่าน
จะละสังขารคือกายหยาบ จากพวกเราไปแล้วก็ตามที
แต่บารมีธรรมของท่านก็ยังปกแผ่ส่องสว่างเป็นนิตย์นิรันตร์
ปรากฏอยู่ ณ กลางดวงใจของพวกเราที่เป็นลูกหลาน
คุณยาย เมื่อมาประพฤติปฏิบัติธรรม ให้ระลึกถึงคุณธรรม
ความดี และปฏิบัติตามคำที่ท่านพราสอน เมื่อเรานึกถึง
คำสอน นึกถึงคุณยายครั้งไร ก็เหมือนกับว่ามียายมานั่ง
อยู่ใกล้ๆ พวกเรา
ยายท่านมีบุญมีบารมีมาก ถ้าเราปฏิบัติตามท่าน
มีจิตเลื่อมใสท่าน ก็เป็นเหมือนกับท่านได้มาปรากฏอยู่
ต่อหน้าเรา ฉะนั้นให้ตั้งใจนึกถึงยาย นึกถึงคุณยายเอาไว้
กลางกายของทุกคน นึกเห็นท่าน นึกไว้กลางกายของเรา
เห็นท่านชัดใส เราจะได้น้อมน่าบุญซึ่งเราได้ตั้งใจมา
บำเพ็ญตลอดระยะเวลา ก็เป็นเวลา ๓๗ วัน รวมทั้งวันนี้
ซึ่งบุญแม้จะเป้นบุญเล็กน้อยเมื่อเทียบกับบุญบารมีของท่าน
ก็เป็นสิ่งที่เราได้ท่า กันเพื่อเป็นการตอบแทนท่าน
เป็นความดีแม้เล็กน้อย แต่คุณยายท่านไม่เคยมองข้าม
ความดีที่เล็กน้อย นึกน้อมบุญอันนี้มอบถวายให้กับท่าน
นึกขอบุญขอบารมีให้ท่านช่วยดูแล ช่วยตามปกแผ่เราไป
ทุกๆ
ชาติ