ศาสนาในอาณาจักรขอม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 8 หน้า 70
หน้าที่ 70 / 116

สรุปเนื้อหา

แผนผังเมืองพระนคร (ยโสธรปุระ) และ เมืองพระนครหลวง (นครธม) พระขรรค์ นาคพัน Ourwat สนามหลวง ประตูชัย บาปวน มานอากาศ มารายตะวันตก บายน " "1 " " ปักษีจ่ากรง บาแค็ง นครวัด (วิษณุโลก) คาแก้ว ตาพรหม ประตูผี กระวัน แม่น้ำเสียมเรียบ ศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์เป็นสองศาสนา หลักที่ทรงอิทธิพลอยู่ในอาณาจักรขอม มานานเกือบสองพันปีเลยทีเดียว และ ทั้งสองศาสนานี้ต่างก็มีอยู่ ๒ นิกายที่ ผลัดกันมีอิทธิพลแพร่หลายอยู่ในแผ่นดิน ขอม คือทางพุทธศาสนาก็มีทั้งนิกาย ปราสาทแปรรูป มารายตะวันออก บันทายกุฎี พระไต นครวัดคือปราสาทหรือศาสนสถานซึ่งไม่ควรสับสนนำมา ปนคำว่าเมืองพระนคร (/\n9^01") และเมืองพระนครหลวง (Angkor 7^10m) อันเป็นราชธานีของอาณาจักรขอมใน ช่วงเวลาที่ต่างกัน นครธมหรือเมืองพระนครหลวง (/\ngkor Thoกา) หมายถึงบริเวณพื้นท

หัวข้อประเด็น

- ศาสนาในอาณาจักรขอม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แผนผังเมืองพระนคร (ยโสธรปุระ) และ เมืองพระนครหลวง (นครธม) พระขรรค์ นาคพัน Ourwat สนามหลวง ประตูชัย บาปวน มานอากาศ มารายตะวันตก 1 11 บายน 1 " "1 " " ปักษีจ่ากรง บาแค็ง ๒ นครวัด (วิษณุโลก) คาแก้ว ตาพรหม ประตูผี กระวัน แม่น้ำเสียมเรียบ ศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์เป็นสองศาสนา หลักที่ทรงอิทธิพลอยู่ในอาณาจักรขอม มานานเกือบสองพันปีเลยทีเดียว และ ทั้งสองศาสนานี้ต่างก็มีอยู่ ๒ นิกายที่ ผลัดกันมีอิทธิพลแพร่หลายอยู่ในแผ่นดิน ขอม คือทางพุทธศาสนาก็มีทั้งนิกาย ปราสาทแปรรูป มารายตะวันออก บันทายกุฎี พระไต นครวัดคือปราสาทหรือศาสนสถานซึ่งไม่ควรสับสนนำมา ปนคำว่าเมืองพระนคร (/\n9^01") และเมืองพระนครหลวง (Angkor 7^10m) อันเป็นราชธานีของอาณาจักรขอมใน ช่วงเวลาที่ต่างกัน นครธมหรือเมืองพระนครหลวง (/\ngkor Thoกา) หมายถึงบริเวณพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความยาวด้านละ ๓ กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีโบราณสถานหลาย แห่งตั้งอยู่ภายใน โดยมีปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางของ ราชธานี นครธมนี้พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสถาปนาขึ้น เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โดยมีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับ เมืองพระนคร ยโศธรปุระ ราชธานีเดิม ฉะนั้น คำว่าเมืองพระนคร จึงกินความหมาย รวมถึงนครวัด นครธมและโบราณสถานของราชธานีเก่าๆ หลายยุคหลายสมัย การเที่ยวชมเมืองพระนครจะช่วยให้ เราได้เห็นร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรขอม โบราณเป็นอย่างดี ทั้งร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองของฝ่าย อาณาจักรและศาสนจักร ในส่วนของศาสนจักรนั้นถือว่าศาสนาพุทธและ 58: กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕11 มหายานและเถรวาท ทางศาสนาฮินดูก็ มีทั้งลัทธิไศวะนิกายและไวษณพนิกาย องค คาสนาฮินดูมีเทพเจ้าหลาย แต่ที่เป็นเทพชั้นสูงสุดมีอยู่ ๓ องค์ คือพระพรหม (เทพผู้สร้างโลก) พระศิวะ หรือพระอิศวร (เทพผู้สร้างและผู้ทำลาย โลก) และพระนารายณ์หรือพระวิษณุ (เทพผู้พิทักษ์ปกป้องโลก) เทพทั้ง องค์นี้เมื่อรวมเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า “ตรีมูรติ” และถ้า พระวิษณุกับพระศิวะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็เรียกว่า “พระหริหระ” อย่างไรก็ดี แม้พระพรหมจะได้ชื่อว่าเป็น เทพที่สูงสุดในฐานะผู้สร้างโลกก็ตาม แต่กลับมีผู้นับถือ บูชาน้อยกว่าพระศิวะและวิษณุเสียอีก ซึ่งการเน้นบูชา พระศิวะและพระวิษณุนี้เองที่ท่าให้ศาสนาฮินดูแบ่งออกเป็น ๒ นิกาย คือไศวะนิกาย และไวษณพนิกาย ไศวะนิกาย คือพวกที่นับถือว่าพระศิวะเป็นเทพ สูงสุด นิกายนี้นับถือบูชาศิวลึงค์กับวัวนันท์ ศิวลึงค์คือ เครื่องหมายบุรุษเพศ เป็นเครื่องหมายแทนพระศิวะเจ้าผู้ สร้างสรรพสิ่งในโลกโดยมีตำนานเกี่ยวกับการบูชาศิวลึงค์ว่า ครั้งหนึ่งพระพรหม พระวิษณุ พร้อมทั้งเทพบริวารได้ไป เยี่ยมพระศิวะบนสวรรค์ชั้นไกรลาสแต่ไปผิดจังหวะคือ ขณะนั้นพระศิวะกำลังเมาสุราอย่างหนักและกำลังเสพ กามอยู่กับเจ้าแม่กาลีพระชายาโดยไม่รู้ตัวว่าใครจะมา เลยกลายเป็นตัวตลกให้ทวยเทพทั้งหลายเยาะเย้ยนินทา เมื่อสร่างเมาพระศิวะจึงทั้งเจ็บทั้งอาย และเสียพระทัยจน สิ้นพระชนม์พร้อมทั้งพระชายา แต่ก่อนสิ้นพระชนม์พระ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More