ข้อความต้นฉบับในหน้า
สีเส้นสีขาว
“หลังจากถือศีล ๘ นุ่งห่มชุดขาวมานานพอสมควร
ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย สำหรับการบวชในครั้งนี้
ต้องใช้ความตั้งใจอย่างมาก เห็นเพื่อนบางคนกลับบ้านไป ก็
รู้สึกอยากกลับบ้างเหมือนกัน แต่มาคิดดูแล้วมันไม่คุ้มกัน
กับคำว่าลูกผู้ชาย ขนาดอุปสรรคที่ยากเย็นกว่านี้ยังผ่าน
มาได้ กับแค่การนั่งอยู่เฉยๆ เหงื่อก็ไม่ออก จะทำไม่ได้
เชียวหรือ
ผมบอกกับตัวเองอย่างนี้ ทำให้มีกำลังใจที่จะทำ
หน้าที่ของลูกในการบวช เพื่อทดแทนพระคุณของพ่อและ
แม่ ซึ่งท่านทั้งสองเป็นผู้ให้ชีวิต และยกชีวิตนี้ให้เป็นของ
เรา เมื่อชีวิตเป็นของเราแล้ว หากไม่สามารถขีดเส้นทาง
เดินชีวิตให้ตนเองได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดมาทำไม
ความตั้งใจในการบรรพชาอุปสมบทจึงไม่ใช่
เรื่องที่จะมามัวเสียเวลาห่วงหน้าห่วงหลัง การบวชในครั้ง
นี้อาจเป็นเพียงครั้งเดียวในชีวิตลูกผู้ชาย โอกาสอย่างนี้
ควรจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพื่อให้สมกับความรักของพ่อแม่
ที่มีให้กับเรา เชื่อไหมว่าความคิดเพียงแค่นี้ก็ทำให้ผมรู้สึก
อิ่มอกอิ่มใจแล้ว ถ้าถึงวันที่ได้บวชเป็นพระภิกษุจริงๆ
ผมจะรู้สึกดีมากขนาดไหน”
(ธรรมทายาทสรไกร คำลือ)
๕๘ กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒ (๒๗
“ในพิธีขลิบปอยผม เป็นวันที่ผมดีใจมาก เมื่อ
พระอาจารย์ตัดปอยผมแล้ว จึงไปให้พ่อและแม่ตัดปอย
ผมให้ ตอนนั้นผมถึงกับร้องไห้น้ำตาซึมออกมา ด้วย
ความรู้สึกที่ตื้นตันใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย ได้
เช้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ทดแทนคุณบิดา-มารดา
ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ลูกผู้ชายทุกคนต้องทำ
(ธรรมทายาทกฤษณะ วิลาสุข)
“ผมมีความสุขมากที่จะได้บวช มันปีติจนน้ำตา
แทบจะไหลออกมาทุกครั้งเมื่อซ้อมท่องขานนาค โดย
เฉพาะตอนท่องบทขอขมา เป็นความรู้สึกที่ปีติเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะได้ทดแทนพระคุณของคุณพ่อคุณแม่ แม้กระทั่งวัน