ความสำคัญของความรักแม่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 8 หน้า 103
หน้าที่ 103 / 116

สรุปเนื้อหา

เมื่อ ๒ ปีก่อน กระผมได้อ่านหนังสือมงคลชีวิต รู้สึกซาบซึ้งในคำสอนทุกบททุกตอน อ่านแล้ววางไม่ลง ต้องอ่านอีกจนจบ ๒-๓ รอบ คิดว่าไม่มีหนังสือเล่มใดที่จะดี เท่าอีกแล้ว สมมติว่ามีเด็กวัยรุ่นเกเรสักประมาณ ๑๐๐ คน ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เชื่อว่าจะมีเพียง ๓๐- 40 คนเท่านั้น ที่จะยอมเชื่อฟังและปฎิบัติตามค่า สอนจากหนังสือธรรมะ ดังกล่าว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จากกรณีของเด็กชาย ม.๔ ข้างต้นนี้ ถึงแม้เขามีฐานะยากจน แต่ก็มีแม่ที่คอยให้ความ รัก และโอบอุ้มเลี้ยงดูเขามาอย่างดีตั้งแต่เกิด ทำให้เด็กมี ความรักแม่เป็นทุนเดิมอยู่ สิ่งนี้เองเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่ โน้มน้าวให้เด็กกลับใจเชื่อฟังคำ สั่งสอนในหนังสือได้ ส่วน เด็กอีก 50-60 คนที่เหลือ ซึ่งไม่มีทุนแห่งความรักดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นเพราะแม่ของพวกเขาไม่ได้ให้การเลี้ยงล

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของความรักแม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อ ๒ ปีก่อน กระผมได้อ่านหนังสือมงคลชีวิต รู้สึกซาบซึ้งในคำสอนทุกบททุกตอน อ่านแล้ววางไม่ลง ต้องอ่านอีกจนจบ ๒-๓ รอบ คิดว่าไม่มีหนังสือเล่มใดที่จะดี เท่าอีกแล้ว สมมติว่ามีเด็กวัยรุ่นเกเรสักประมาณ ๑๐๐ คน ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เชื่อว่าจะมีเพียง ๓๐- 40 คนเท่านั้น ที่จะยอมเชื่อฟังและปฎิบัติตามค่า สอนจากหนังสือธรรมะ ดังกล่าว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จากกรณีของเด็กชาย ม.๔ ข้างต้นนี้ ถึงแม้เขามีฐานะยากจน แต่ก็มีแม่ที่คอยให้ความ รัก และโอบอุ้มเลี้ยงดูเขามาอย่างดีตั้งแต่เกิด ทำให้เด็กมี ความรักแม่เป็นทุนเดิมอยู่ สิ่งนี้เองเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่ โน้มน้าวให้เด็กกลับใจเชื่อฟังคำ สั่งสอนในหนังสือได้ ส่วน เด็กอีก 50-60 คนที่เหลือ ซึ่งไม่มีทุนแห่งความรักดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นเพราะแม่ของพวกเขาไม่ได้ให้การเลี้ยงลูที่ถูก ต้องตามหลักวิชาการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี ดังนั้นเด็กจึงไม่ เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนจากหนังสือดีๆ เล่มนั้น นายแพทย์นิยม เกษา รัส จากบทความในนิตยสารลลนา ดีพิมพ์เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๑ เรื่องจิตวิทยาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นผลงาน ที่ผมได้ค้นคว้าหาเอกสารจากตำราทางการแพทย์ รวมกับ ประสบการณ์ของกระผมเอง รวบรวมเขียนขึ้นมาแล้วส่งไป ตีพิมพ์ให้ประชาชนได้อ่านกันเมื่อ ๒๐ ปีก่อน หลังจากนั้น กระผมมีโอกาสอ่านหนังสือจากญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง เขียนโดย เจ้าของบริษัทโซนี่ มีคนไทยน่ามาแปลเป็นภาษาไทย ตั้งชื่อ เรื่องว่า “รอให้ถึงอนุบาลก็ สายเสียแล้ว” กระผมได้ อ่านมากกว่า ๕ เที่ยว จน ชาบซึ้งทุกประโยคทุกตอน จนสรุปสาระสำคัญได้ ๒ ข้อใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ประการแรก สมองเด็กในช่วง ๓ ขวบ แรกของชีวิต มีความ สามารถรับข้อมูลได้ถึง ๙๐หรือเกือบเต็มพื้นที่ของสมอง เหลือไว้เพียง ๑๐0/0 เท่านั้น และหลังจาก ๓ ขวบ ข้อมูล ๙0 06 ที่รับเข้ามาใน ช่วง ๓ ขวบแรก จะถูกบันทึกฝังลึกในสมองจนไม่สามารถ ที่จะแก้ไขใดๆ ได้อีกเลย เห็นได้ชัดจากตัวอย่างของคนที่ กลัวความสูง กลัวแมว เกลียดมด เป็นต้น รวมถึงข้อมูล ทางศีลธรรมทั้งสิ่งที่ถูกและผิดก็จะถูกบันทึกฝังแน่น จนไม่ สามารถจะแก้ไขใดๆ ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นการที่คนเราจะใจร้าย ใจเร็ว ใจดี ใจบุญ เมตตา ยิ้มง่าย โมโหเก่ง ลังเล ช่างสงสัย ไม่ไว้ใจคน ฯลฯ ทุกอย่างล้วนมีพื้นฐานมาจากวัยก่อน ขวบทั้งสิ้น สำหรับเรื่องของเด็กชาย ม.๔ ที่ติดยาแล้วกลับตัว ได้ จึงเป็นเรื่องของการมีนิสัยเดิมที่ดีอยู่แล้ว แต่เสียหาย เกเรเพราะเพื่อนพาไป โชคดีที่กลับตัวได้เพราะมีแม่ที่เขา รักเป็นผู้โน้มน้าวจิตให้คิดถึงวัยเด็กที่เคยอยู่ในอ้อมอกและ ได้ดื่มน้ำนมจากอ้อมอกแม่ ซึ่งเป็นความสุขที่สุดในชีวิตที่ ไม่เคยลืมเลือน ถ้าเด็กคนนี้ไม่มีแม่ หรือมีแม่แต่แม่ไม่รักเขา ก็จะไม่มีโอกาสกลับตัวได้เลย ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วคือ ความทรงจำที่ฝังแน่นมาตั้งแต่ก่อน ๓ ขวบ ภาวะการขาดแม่ คือภาวะที่แม่ทิ้งให้ลูกอยู่กับคนอื่น นานกว่า ๓ เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะในช่วงที่ทารกอายุ ๔-๔ ขวบ (บางตำราให้ยาวถึง ๗ ขวบ) ภาวะขาดแม่ทำให้เด็ก เติบโตขึ้นมากลายเป้นผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว ธรรมชาติของลูก กับแม่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ จะมีความสัมพันธ์กันอย่าง ลึกซึ้ง แม้กระทั่งลูกนกลูกกาก็ตาม ทารกอายุ เดือนขึ้น ๓ ไป ที่กินนมแม่จะเริ่ม จดจำแม่ได้แล้ว ช่วงอายุ นี้เป็นช่วงที่สำ คัญที่สุด เพราะไม่ว่าลูกคนหรือ แม้แต่ลูกสัตว์จะจ่าแม่ได้ และติดแม่แจไม่ยอมห่าง และช่วงนี้เอง ที่จิตแพทย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เรียก ช่วงนี้ว่า “ช่วงแห่งการ เกิดการฝังใจ” หมายความ กัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒๕®®:
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More