การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 8 หน้า 47
หน้าที่ 47 / 116

สรุปเนื้อหา

ถึงซีเรียและปาเลสไตน์ เสาจารึก บอกทั้งเส้นทาง คำนวณระยะทาง มีป้อม ค่ายที่ไหนบ้าง มียามรักษาการณ์ตรงไหนบ้าง แล้วเนื้อความยังแสดงความ ห่วงใยต่อคณะธรรมทูตด้วย จากจารึกเหล่านี้ ทำให้เราทราบว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเลือก ศูนย์กลางการค้าและเส้นทางที่มีกองทัพทหารรักษาความปลอดภัยอย่างเมือง พัลมีร่า เป็นจุดสุดท้ายในทวีปเอเชียก่อนที่จะเดินทางไปสู่ตะวันออกกลางและ ยุโรปต่อไป เราจึงพบศิลปะชั้นสูงของกรีกโรมัน และพระพุทธศาสนาศิลปะกรีก อยู่ในเมืองพัลมีร่าเป็นหลักฐานสำคัญ สินค้าต่างๆ จากอินเดีย เช่น พริกไทย ที่อินเดียเรียกว่า ปิปปลิ กรีกเรียกว่า เป็บเปอรี่ ก็พบที่เมืองปอมเปอีด้วยเช่นกัน จารึกเสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราชตามเส้นทางตะวันออก-ตะวันตก มีใช่เป็นเพียงป้ายบอกทางเท่านั้น แต่ยังบอกการเดินทางของจิตใจอีกด้วย

หัวข้อประเด็น

- การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถึงซีเรียและปาเลสไตน์ เสาจารึก บอกทั้งเส้นทาง คำนวณระยะทาง มีป้อม ค่ายที่ไหนบ้าง มียามรักษาการณ์ตรงไหนบ้าง แล้วเนื้อความยังแสดงความ ห่วงใยต่อคณะธรรมทูตด้วย จากจารึกเหล่านี้ ทำให้เราทราบว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเลือก ศูนย์กลางการค้าและเส้นทางที่มีกองทัพทหารรักษาความปลอดภัยอย่างเมือง พัลมีร่า เป็นจุดสุดท้ายในทวีปเอเชียก่อนที่จะเดินทางไปสู่ตะวันออกกลางและ ยุโรปต่อไป เราจึงพบศิลปะชั้นสูงของกรีกโรมัน และพระพุทธศาสนาศิลปะกรีก อยู่ในเมืองพัลมีร่าเป็นหลักฐานสำคัญ สินค้าต่างๆ จากอินเดีย เช่น พริกไทย ที่อินเดียเรียกว่า ปิปปลิ กรีกเรียกว่า เป็บเปอรี่ ก็พบที่เมืองปอมเปอีด้วยเช่นกัน จารึกเสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราชตามเส้นทางตะวันออก-ตะวันตก มีใช่เป็นเพียงป้ายบอกทางเท่านั้น แต่ยังบอกการเดินทางของจิตใจอีกด้วย อย่างประโยคที่ว่า “สิบปีหลังจากที่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเทวนัมปิยะ ปิยะ หัสสีแล้ว พระองค์ก็ได้เสด็จสู่สัมโพธิ" ข้อความนี้ มีความหมายว่าอย่างไร? ภันดาคาร นักค้นคว้าชาวอินเดียคิดว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรงหันมานับถือ พระพุทธศาสนา และทรงลงสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนายังต่างแดน ได้เสด็จ แสวงบุญยังโพธิคยา สถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม สัมโพธิ หมายถึง ปัญญาที่ได้จากการตรัสรู้ธรรม ทำให้บุคคลกลายเป็นผู้ตื่น และ กตสิทธิ์กาวส ความเป็นอรหันต์ ข้อความนี้ หมายความว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรง ปกครองแผ่นดินมาสิบปีแล้ว และทรงต้องการปีกฝนตนเองเป็นอรหัตบุคคล ต่อไป จึงสันนิษฐานว่า พระองค์ทรงต้องการบอกว่า มีเส้นทางไปสู่สถานที่ที่ ตรัสรู้ธรรม และขณะเดียวกัน คนก็ สามารถบรรลุมรรคผลภายในได้ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ ๒๔๙ ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกมหาราชพร้อมด้วยพระอุปคุตเดิน ทางไปแสวงบุญ ณ สถานที่ที่พระสมณโคดมประสูติในเนปาล ถึงแม้ว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเป็นพุทธศาสนิกชนและบำรุง พระพุทธศาสนาก็จริง แต่ก็ทรงไม่กดขี่ผู้ที่นับถือศาสนาอื่น กลับพระราชทาน สิ่งของให้แก่ชุมชนต่างๆ ที่นับถือศาสนาอื่นมากมาย เป็นการบำเพ็ญทาน ดำรงสถานะเป็นผู้ให้ตามคำสอนของพระบรมศาสดา ในมหาปรินิพพานสูตร พระพุทธองค์ทรงสอนให้พระสาวกบำรุงเอื้อเฟื้อแก่เทวดาในสถานที่ทุกแห่งที่ไป พระเจ้าอโศกมหาราชจึงทรงให้จารึกข้อความที่เสาต้นที่ ๑๒ ตามระยะทางที่ คณะธรรมทูตเดินทางผ่านว่า “จงให้เกียรติแก่ผู้มีศรัทธาในหมู่ของตน และอย่า วิพากษ์วิจารณ์ผู้ใด ยกเว้นมีเหตุผลสมควร” และ “จงให้เกียรติแก่ผู้มีความ ศรัทธาในต่างแดน การกระทำเช่นนี้ เป็นการสนับสนุนความศรัทธาของตนเอง และทำความดีต่อผู้นับถือศาสนาอื่น” ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์ที่พระเจ้าอโศก มหาราชทรงส่งไปเผยแผ่ทางตะวันตก จึงประสบความสำเร็จในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าจะต้องเจออุปสรรคยากลำบากก็ตาม ได้แก่ ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา และความเชื่อของคนต่างถิ่นที่แตกต่างไปจากตนเป็นอันมาก ชากเมืองพ้อมีรา กลยาณมฅว สิงหาคม พ.ศ. ๒!®®: ๔๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More