ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตะวันตก มีพระสงฆ์ ๔๖๐,000รูป เพราะฉะนั้น เมืองปาร์เธียและเมืองอเล็ก
ชานเดรีย จึงเป็นสังคมชาวพุทธที่ใหญ่ที่สุดนอกอินเดียในเวลานั้น
อียิปต์ เป็นประเทศที่คณะธรรมพูดของพระเจ้าอโศกมหาราชอยาก
เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาก เพราะวิถีชีวิตไม่ต่างกันนัก โดยเฉพาะ
ที่เมืองเมมฟิส มีนักพรตชายและหญิงศึกษาและปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิและ
ประพฤติพรหมจรรย์เหมือนกัน ทำให้อียิปต์กลายเป็นสถานที่ที่รองรับพระ
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี
นักประวัติศาสตร์ศาสนาได้ค้นพบหลักฐานความเป็นอยู่ของคนกลุ่ม
หนึ่งในอียิปต์ คนกลุ่มนี้ มีชื่อว่า เทราบิวแต (1116โลเวธบ136) มีวิถีชีวิตคล้าย
ชาวพุทธเป็นอันมาก ไม่ว่าความเป็นอยู่อย่างสมถะ การประพฤติพรหมจรรย์
การเชื่อฟังคำสอนของครูบาอาจารย์ การทำความดี และความกรุณา ซึ่งใน
ประเทศใกล้เคียงอย่างชาวยิว
ก็ไม่มีชุมชนประเภทนี้เลย
ชาวอียิปต์เอง ก็ชอบบูชายัญ
ด้วยสัตว์ ปัญญาชน ก็จะชอบ
ศึกษา มากกว่านักปรัชญา
ของกรีก
เทราปิวแต เป็น
สังคมพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน
ทางศาสนา ดั้งถิ่นฐานบนเนิน
เขาเตี้ยๆ ทางทิศใต้ของเมือง
อเล็กซานเดรีย ใกล้ทะเลสาบ
มาเรโอดิส เน้นทางด้านศึกษา รูปปั้นอินเดีย (ก่อนคริสตกาลราว ๒๐๐ ปี) ขุดพบที่เมืองเมมฟิส อียิปต์ พ.ศ. ๒๕๕๑
และปฏิบัติธรรมอย่างนักบวช
สังคมเทราปิวแตที่พีโล นักประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้มีดังนี้
๑) เทราปัวแต่มีทั้งชายและหญิง
๒) ทุกคนสละทางโลก ละจากบ้านเรือนและญาติพี่น้อง สามี ภรรยา
ลูกๆ และมิตรสหาย
๓) อยู่ห่างไกลจากเมือง ไปอยู่ในสวน หมู่บ้าน หรือตามที่ไกลๆ
เพื่อแสวงหาที่สันโดษ ไม่ใช่เป็นเพราะรังเกียจมนุษยชาติ แต่ต้องการเลี่ยงที่จะ
อยู่ปะปนกับคนอื่นที่ไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบเดียวกัน
๔) สร้างบ้านแบบสมถะเรียกว่ากระท่อมก็ได้ ไว้ป้องกันอากาศร้อน
และอากาศหนาวเท่านั้น
(กุฏิ)
๔) ในกระท่อม มีพื้นที่ว่างเล็กๆ เรียกว่า 86ตกอบต หรือ 1ฟอก351617
5) สวดมนต์วันละสองครั้งเวลาเช้าและเย็น หรือเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
880 เณมิ^.. สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙