ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ข้าพเจ้าแหงนหน้าขึ้นไปยังปราสาทที่มีต้นไม้
ปกคลุมอยู่ ซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนคนแคระ และทันที
ทันใดเลือดในตัวข้าพเจ้าก็เย็นแข็งขึ้นมาเมื่อมองเห็นรอย
ยิ้มขนาดมหึมาที่กำลังมองลงมายังข้าพเจ้า แล้วก็รอยยิ้ม
อีกด้านหนึ่งเหนือกำแพงอีกด้านหนึ่ง....แล้วก็รอยยิ้มที่
สาม....แล้วก็ที่ห้า....แล้วก็ที่สิบ ปรากฏจากทุกสารทิศ
ข้าพเจ้ามีความรู้สึกเหมือนมีตาคอยจ้องมองอยู่ทุกทิศทุก
เทวดาฉุดนาคเพื่อกวนเกษียรสมุทร ปากทางเข้าปราสาทบายน
ระเบียงที่มืดมิด ภาพสลักนูนต่ำบางส่วนที่ยังหาค่า
อธิบายไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดปรางค์ที่สลักเป็น
ใบหน้าขนาดมหึมามากมายมองเห็นได้ทุกทิศทาง
ปรางค์น้อยใหญ่เหล่านี้มีอยู่ทั้งสิ้น ๔๔ ปรางค์ แต่ละ
ปรางค์เป็นรูปสลักใบหน้าแบบหันหลังชนกันทั้ง ๔ ทิศ
นับรวมได้ถึง ๒๑๖ หน้า ฉะนั้นไม่ว่าจะเดินไปทางซอก
ไหนมุมไหนของนครแห่งนี้ก็ไม่มีทางจะหลุดพ้นไปจาก
สายตาของใบหน้าเหล่านี้ได้เลย
ใครก็ตามเมื่อได้เข้ามาอยู่ในบริเวณปราสาทบายน
มักจะมีความรู้สึกคล้ายๆ กันคือเหมือนว่าได้หลุดเข้ามา
ในแผ่นดินลี้ลับหรือดินแดนประหลาดในเทพนิยายอะไร
ทำนองนั้น อันที่จริงสำหรับพวกเรารุ่นหลังๆ นี้ แม้จะยัง
ไม่เคยมาที่นี่ก็ตามแต่ก็มักจะคุ้นตากับภาพของปราสาท
บายนกันมาก่อนหน้าแล้วเป็นส่วนใหญ่ ถึงกระนั้น เมื่อ
ทาง...”
นายดูดาร์ เดอ ลาเคร หนึ่งในคณะนักสำรวจ
บอกว่าปราสาทแห่งนี้ "เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าพิศวง
อันดับหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดทัศนียภาพที่น่าตื่นใจ,
ส่วนสถาปนิกชื่อนายฟูเนอโรกล่าวยกย่อง
ปราสาทบายนว่า “เป็นโบราณสถานที่งดงามตระการตา
ที่สุด"
สำหรับสิ่งที่เป็นปัญหาให้ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์
กันมากที่สุดของปราสาทบายนก็เห็นจะเป็นใบหน้า
ปริศนากว่าสองร้อยใบหน้านั่นแหละว่าควรจะเป็นใบหน้า
ของใครหรือหมายถึงอะไร บ้างก็บอกว่าเป็นพระพรหม
บ้างก็ว่าเป็นพระศิวะ บ้างก็เชื่อว่าเป็นพระอวโลกิเตศวร
บ้างก็เห็นว่าน่าจะเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ มากกว่า
รวมทั้งแนวความคิดว่าอาจเป็นเพียงสัญลักษณ์แทนคำสอน
หรือความนึกคิดที่เป็นนามธรรมก็ได้ เช่นหมายถึง
พรหมวิหาร ๔ หรือพระราชอำนาจที่แผ่เมตตาไปยังทิศทั้ง
๔ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ต่อมาภายหลังเมื่อได้มีการค้นพบรูป
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่หน้าบันซึ่งถูกปราสาทองค์
มาเห็นของจริงเช้าก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจมิใช่น้อย ผมจึง กลางบดบังเอาไว้ อันเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า
เข้าใจความรู้สึกของพวกฝรั่งชาวตะวันตกที่เพิ่งมา
ลักษณะดั้งเดิมของปราสาทบายนเป็นพุทธสถาน ดังนั้น
พบเห็นโบราณสถานแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ใบหน้าดังกล่าวจึงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากพระพักตร์ของ
ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงแก่พวกเขาเป็นอย่างมาก ดังเช่น
คำบรรยายถึงความรู้สึกของนายปีแอร์ โลตี นักสำรวจ
ชาวฝรั่งเศสเมื่อเขามาพบปราสาทแห่งนี้ว่า
๗๐ &ยาณปี 7 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่ในโลก
ที่ทรงมองลงมายังเบื้องต่ำด้วยความเมตตากรุณา ไม่ยอม
เข้าพระนิพพานก่อน กลับทรงอยู่เพื่อช่วยเหลือชาวโลก