ข้อความต้นฉบับในหน้า
อวาทพระเถระ : พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต)
(๗๒
ลัลยาณมิตร สิงหาคม พ.ศ. ๒*ธ.5:
โย
ทนธกาเล ทนเธติ กรณีเย จ ตารเย
โยนิโส สวิธาเนน สุข) ปปฺโปติ ปณฺฑิโต ฯ
(ที่มา : ขุ.เถร. ๒๖/๒๙๗/๓๕๒)
ผู้ใดช้าในเวลาที่ควรช้า และรีบในเวลาที่ควรรีบ
ผู้นั้นจัดว่าเป็นคนฉลาด ย่อมได้รับความสุขสมหวัง เพราะจัดการได้แยบยล
เวลาไม่คอยใคร
การ
ทำงานต่างๆ จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย
เป็นอันดี และได้รับประโยชน์ตามที่ต้องการ หรือจะ
สำเร็จไปอย่างทุลักทุเลไม่เรียบร้อย ทั้งไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับวิธี
การทำงานซึ่งเรียกกันในปัจจุบันว่า “การจัดการ” การจัดการเป็นหัวใจของงาน
ทุกอย่างที่จะทำ ถ้าใครฉลาดในการจัดการงานก็สำเร็จเรียบร้อย ถ้าจัดการไม่เป็น
งานก็ขลุกขลัก ยุ่งเหยิง ทั้งที่งานนั้นเป็นงานธรรมดาไม่ยุ่งยาก
ซับซ้อนอะไร แต่เพราะไม่เข้าใจในการจัดการ จึงทำให้สำเร็จ
เรียบร้อยไม่ได้ การจัดการที่ดีคือการจัดระบบการทำงานให้รัดกุม มี
ประสิทธิภาพ ถือหลักว่า “ประหยัดให้มาก แต่ได้ผลสูงสุด” หรือหลัก
“ลงทุนน้อย ได้กำไรมาก” เป็นสำคัญ
การจัดการเรื่องเวลาก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะเวลาเป็นตัว
กำหนดว่างานจะสำเร็จเรียบร้อยหรือไม่ งานที่เสร็จและเรียบร้อย
ตามเวลาที่กำหนดหรือที่ควรจะเป็น ย่อมถือว่าดีและใช้ได้ งานบาง
อย่างใช้เวลาน้อย ทำไม่นานก็เสร็จ งานบางอย่างต้องใช้เวลามาก
เรื่องเวลานี้จึงขึ้นอยู่กับงานแต่ละอย่างเป็นสำคัญ งานใดต้องการเวลา
ต้องการความละเอียดรอบคอบ ก็ต้องให้เวลาทำ ไม่ต้องรีบ หากรีบ
ทำก็อาจสำเร็จแต่ไม่เรียบร้อย หรือทำให้เสียหายได้ งานอย่างนี้ต้อง
ยึดคติ “ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ” เป็นหลัก แต่งานบางอย่าง เป็นงาน
รีบด่วนต้องเร่งทำ ช้าไม่ได้ จะทำให้เกิดความล่าช้าและความเสียหาย
งานอย่างนี้ก็ต้องถือคติ “ช้าเสียการ นานเสียกิจ” เป็นหลัก
ผู้ที่เห็นความสำคัญของเวลาว่ามีค่า เข้าใจงานและมองงาน
ทะลุว่างานใดควรใช้เวลาทำเท่าไร เวลาที่ควรช้าก็ช้า ถือเอาความ
ละเอียดและความสมบูรณ์เป็นหลัก แต่ถึงคราวทำงานที่ต้องรีบก็รีบ