ข้อความต้นฉบับในหน้า
12. จิตเศร้าหมอง เพราะก็เสี้ลที่จาม จิตเป็นธาตุละเอียดมากและอยู่ในรูปพลังงาน แต่ก็เสลเป็นธาตุที่ละเอียกว่าจิต ทั้งสภปรและมากด้วยพิษร้าย ก็เสลฝังตัวอยู่ในจิตใจคนตั้งแต่ก่อนมาเกิด คอยบีบคั้นใจให้ออกนอกกายไปเพลิดเพลิน ยินดี ยินร้าย กับเรื่องราวของคน สัตว์ สิ่งของ จิตจึงขุ่นมัว เศร้าหมอง แต่หากใจอยู่ หยุด ณ กลางกาย ก็เสลแม้ในใจก็อยู่อย่างสงบ เหมือนตะถอนในน้ำที่คนอื่นจงอยู่กันโง่ไม่สามารถกดร่ม จรมาบีบคั้น กัดกร่อน ทำลายความใส สว่าง ดูผ่องของจิตใจได้
13. จิตฝึกได้ คุ้มครองได้ รักษาได้ สำรวมได้ สติเป็นคุณธรรมอย่างเอกหน้าที่ดีใจที่ออกไปนอกกายให้กลับมาอยู่ มาหยุด ณ กลางกาย เหมือนสารธิดดับบึมเหิน ค่อยำกับน้ำให้ไปในทิศทางที่ต้องการ ความขุ่นมัวเศร้าหมองของใจก็ถูกกำจัด ความใส ความสว่าง ความผุดผ่องของใจก็พลันแปร่งประกายดีมา
สามารถฝึกให้มีสติได้ ดังพุทธวจนที่ว่า
ธรรมเอกอันเป็นเครื่องรักษาจิต คือ สติ
การฝึกจิตให้มีสติ สารวมจิตไม่ให้โลดลิ คิดน้อยได้รับการคุ้มครอง รักษา ป้องกัน ไม่ให้เกิดความทรามร้ายได้ ตีอรีบอาราสุต อง.ทศ. (ไทยมง) 24/20/39-42