ข้อความต้นฉบับในหน้า
|
ถึงแม้การสอบสัมภาษณ์จะได้ผล
เป็นที่น่าพอใจก็ตาม ก็ยังมีปัญหาต่าง ๆ
ตามมาอีกมากมาย เช่นการที่อาตมา
เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ที่ได้กรุณา | ภาษณ์ในที่สุด
ให้การรับรองอาตมาอย่างเต็มที่ในด้าน
ผลงาน และการประพฤติปฏิบัติของ
อาตมาในขณะที่อยู่ในความปกครอง
ของท่านทั้งสอง จึงทำให้ภาพพจน์ของ
สงฆ์ไทยได้รับการยกย่องดีขึ้นในมหา
วิทยาลัยแห่งนี้ แม้กระนั้น ปรากฏว่า
ทางฝ่ายมหาวิทยาลัย Oxford ก็วุ่นวาย
พอดูเหมือนกัน เพราะเป็นปรากฏการณ์
ครั้งแรกที่มีการพิจารณารับพระสงฆ์
ในพุทธศาสนาเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้
ได้มีการวิจารณ์ถกเถียงกันมากมาย
ระหว่างคณาจารย์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็อ้างว่า นายแพทย์
คนนี้คงจะเป็นโรคประสาทกระมัง เรียน
จบแพทย์แล้วกลับมาบวชไม่สึก คนมี
ความคิดแปลก ๆ เช่นนี้ไม่น่าจะให้มา
เรียนเลย และกรรมการบางคนก็ท้วง
ว่า Oxford เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของ
โลก หากจะพิจารณารับผู้ใดเข้าเรียน
เป็นกรณีพิเศษ ก็น่าจะต้องเป็นผู้ที่มี
สติปัญญายอดเยี่ยมจริง ๆ
จึงจะควรรับ
ไว้ ส่วนฝ่ายที่เห็นด้วยก็หาเหตุผลมา
หักล้างได้เหมือนกัน โดยยกประเด็น
การบวชเป็นพระมาอ้างว่าเป็นกรณีที่หา
ได้ยากและน่าสนใจ เพราะคนเรียน
แพทย์ได้จะต้องมีความสามารถสูง ซึ่ง
สามารถจะหาความสุขทางเงินทอง และ
ชื่อเสียงเกียรติยศทางโลกได้ แต่กลับ
สละสิ่งเหล่านั้นมาบำเพ็ญชีวิตง่าย ๆ
อย่างพระภิกษุผู้เคร่งศีลจริยาวัตร บุคคล
เช่นนี้จะต้องมีเหตุผลที่ดี และมีแรง
บันดาลใจสูงมาก กรรมการบางท่าน
จึงเห็นว่าเป็นบุคคลที่น่าสนใจ และ
น่าศึกษาแนวความคิดของอาตมา อาจารย์
เหล่านั้นจึงอยากพบตัวจริง และได้มี
หนังสือนิมนต์ให้เดินทางมาสอบสัม
จะต้องมาเรียนปะปนกับฆราวาสใน
สังคมที่ไม่เคยรู้จักพระภิกษุนั้นไม่ใช่
เรื่องง่ายเลย มีคำถามตามมาว่า ความ
เป็นอยู่ของสงฆ์จะทำอย่างไร การฉัน
อาหารจะทำอย่างไร การห่มผ้าครอง
การแต่งกายให้เพียงพอที่จะต่อสู้กับ
อากาศหนาวจัดในเมืองอังกฤษจะทำ
อย่างไร สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นปัญหาเกี่ยว
พันกันเป็นลูกใช้ อาตมาเองก็ยังนึก
ไม่ออกจนบัดนี้ว่าการปรับตัวให้เข้ากับ
สภาพสิ่งแวดล้อมในอนาคตจะพบกับ
ปัญหาอะไรอีก แต่ในส่วนลึกในใจ
อาตมามีความเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปด้วยดี
ค่าให้พรของหลวงพ่อธัมมชโย เมื่อ
อาตมาไปกราบลาก่อนออกเดินทาง
ได้แว่วขึ้นมาในใจของอาตมาตลอดเวลา
ท่านบอกว่า “ขอให้ท่านมีปัญญา
เหมือนพระสารีบุตร...... ให้ฝ่าฟันอุป
สรรคทั้งหลายได้โดยราบรื่น.....
เมื่อกลับจากการสัมภาษณ์นั่ง
รถยนต์กลับมาลอนดอน อาตมาก็พอใจ
ว่าอย่างน้อยได้ทำงานชิ้นหนึ่งให้สำเร็จ
ลุล่วงไปด้วยดีแล้ว นั่นคือ การที่ทำให้
มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกยอมรับ
สงฆ์ไทยจากวัดพระธรรมกาย... ต่อไปนี้
อาตมาจะต้องเรียนรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ
อีกมากมาย ที่ผิดแปลกไปจากสภาพ
ชีวิตในบ้านเรา และจะพยายามปรับตัว
ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ให้ได้ และ
ให้ดีด้วยในฐานะของพระภิกษุ ตัวแทน
ของพระรัตนตรัย
ในช่วงที่มหาวิทยาลัยยังไม่เปิด
อาตมายังพำนักอยู่ที่อมราวดี และได้
เดินทางมาลอนดอนบ่อยครั้ง เพื่อช่วย
จัดทำวีดีโอเทปประวัติของวัดจิตตวิเวก
(Chithurst) และอมราวดี จึงมีโอกาส
ได้ศึกษาสภาพบ้านเมือง งของลอนดอน
นครหลวงของอังกฤษได้ถี่ถ้วนยิ่งขึ้น
และจะขอเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ของ
ชาวอังกฤษ และวัฒนธรรมของเขาต่อไป
ตามลำาดับ
เมื่อพิจารณาดูสภาพบ้านเมือง
ในลอนดอนและกรุงเทพฯ แล้ว จะเห็น
ว่าต่างกันมาก ตึกรามบ้านช่องในนคร
ลอนดอนไม่เป็นตึกสูงหลาย ๆ ชั้นเหมือน
ในกรุงเทพฯ ความเจริญของบ้านเมือง
แผ่ขยายไปในทางกว้างมากกว่าต่อยอด
สูงเช่นนครหลวงอื่น ๆ บ้านเรือนจะ
เรียงรายเป็นแถวไปตามถนน ส่วนใหญ่
เป็นตึกสองชั้นหรือสามชั้น แบบของ
บ้านจะมองดูคล้าย ๆ กัน เป็นแถบ ๆ
ไป เนื่องจากเทศบาลของเขามีกฎหมาย
ควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ใคร
จะก่อสร้างหรือต่อเติมอาคารต้องขอ
อนุญาตทางการ และขอมติเห็นชอบ
จากเพื่อนบ้านของตนเสียก่อน ใครจะ
ก่อสร้างตามใจชอบไม่ได้ ชาวอังกฤษ
จึงต้องอาศัยอยู่ในบ้านเรือนอาคาร
เก่าแก่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดต่อ ๆ กันมา
ไม่รู้กี่ชั่วคน
ตามถนนหนทางจะมอง
ไม่เห็นเสาไฟฟ้าเลยแม้แต่ต้นเดียว เพราะ
เขาใช้ระบบสายไฟใต้ดินกันทั้งเมือง
เพื่อรักษาความงดงามทางสถาปัตยกรรม
ป้ายชื่อถนนหรือตึกที่ทำการล้วนมีขนาด
เด็กทั้งสิ้น พอเป็นเครื่องหมายให้รู้เท่านั้น
ทางเทศบาลเกรงว่าป้ายประกาศเหล่านี้
จะทำให้บ้านเมืองเสียความงดงามไป
หมด สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ
อนุสาวรีย์ และรูปปั้นบุคคลสำคัญ ๆ
Kalyanamitra.org
๑๗