ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระปชาบดีโคตมีเถรีนิพพานก่อน
ปรากฏในคัมภีร์อปทาน
พระศาสดา
ว่า เมื่อท่านพิจารณาเห็นอายุสังขาร
ของท่านจะหมดแล้ว ได้ไปเฝ้าพระศาสดา
กราบทูลลาปรินิพพานในท่ามกลาง
พุทธบริษัททั้ง ๔ ว่า
ข้าแต่พระสุคตเจ้า หม่อมฉัน
เป็นมารดาของพระองค์ (ในโลก) ข้า
แต่มหาธีรเจ้าพระองค์เป็นพระบิดาของ
หม่อมฉัน (ในธรรม) ข้าแต่พระโลกนาถ
พระองค์นั้นเป็นผู้ประทานความสุข
อันเกิดจากพระสัทธรรมให้หม่อมฉัน
ข้าแต่พระโคดม หม่อมฉันเป็นผู้อันพระ
องค์ให้เกิด
ข้าแต่พระเจ้า รูปกายของ
พระองค์ หม่อมฉันเป็นผู้ทำให้เจริญ
เติบโตมา ธรรมกายอันน่าเพลิดเพลิน
ของหม่อมฉัน พระองค์เป็นผู้ทำให้เจริญ
เติบโตขึ้น หม่อมฉันให้พระองค์ดูดดื่ม
น้ำนมอันระงับความอยาก ความหิว
พระพันปีหลวงนั้นสตรีทั้งหลายยังได้
ง่าย ส่วนพระนามว่า พระพุทธมารดา
นี้ สตรีทั้งหลายได้ยากอย่างยิ่ง ข้าแต่
พระมหาธีรเจ้า ก็พระนามว่าพระพุทธ
มารดานี้ หม่อมฉันได้แล้ว ความปรารถนา
น้อยใหญ่ของหม่อมฉันทั้งปวงนั้น หม่อม
ฉันได้แล้วจากพระองค์ บัดนี้ชีวิตของ
หม่อมฉันใกล้จะถึงกาลสิ้นสุดแล้ว หม่อม
ฉันขอถวายบังคมลา ละร่างนี้ปรินิพพาน
ขอพระองค์จงทรงประทานอนุญาตให้
หม่อมอันเกิด
ก่อนอื่น ขอพระองค์ได้ทรงโปรด
เหยียดออกซึ่งพระยุคลบาทอันเต็มไป
ด้วยลายจักรและลง อันละเอียดอ่อน
เหมือนดอกบัว ประทานแก่หม่อมฉัน
ณ บัดนี้ หม่อมฉันจะถวายบังคมพระ
ยุคลบาทนั้นจะขอทำความรักในบุตร
เมื่อได้เห็นพระสรีระของพระองค์แล้ว
จึงจะขอทูลลาไปนิพพาน
ชั่วครู่ ส่วนพระองค์ให้หม่อมฉันดูดดื่ม
เมื่อพระศาสดาจารย์ได้ทรง
น้ำนมคือพระสัทธรรมอันสงบ ระงับ เหยียดพระยุคลบาททรงประทาน
ความอยากล่วงส่วนสุดจะประมาณ
ข้าแต่พระมหามุนี บรรดาสตรี
ที่ได้เป็นมารดาของบุตรตามปรารถนา
ทั้งหลาย แม้แต่มารดาของพระเจ้าจักร
พรรดิมีพระเจ้ามันธาตุราชเป็นต้น ก็ยัง
เป็นมารดาที่ยังบุตรให้จมอยู่ในห้วง
ตามคำขอร้องของพระนางแล้ว
พระปชาบดีโคตมีเถรีก็ได้ซบพระ
เศียรแทบพื้นพระบาทอันเป็นลาย
จักรคล้ายกับดอกบัวบาน มีรัศมี
ปานดังดวงอาทิตย์แรกอุทัย หม่อม
ฉันขอน้อมนมัสการพระนราทิจ
มหรรณพิภพสงสาร ส่วนหม่อมฉันแม้จะ
จมอยู่ในห้วงมหรรณพภพนี้แล้ว แต่ก็ได้
ผู้เป็นธงขององค์พระอาทิตย์ขอ
พระองค์ทรงโปรดเป็นที่พึ่งของ
หม่อมฉันในกาลสุดท้ายนี้เถิด
พระองค์ทรงการุณยกหม่อมฉันให้ข้าม
ขึ้นจากภพนั้นได้แล้ว
ข้าแต่พระอังคีรส อันพระ
เกียรติยศของสตรีที่ได้นามว่าพระมเหสี
หม่อมฉันจะไม่ได้เห็นพระองค์อีก
แล้ว ถ้าโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง
ของหม่อมฉันมีอยู่ ขอพระองค์
ได้โปรดกรุณาอดโทษนั้นแก่หม่อม
ฉันเกิด
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงไว้ซึ่งการอด
โทษ ภิกษุณีทั้งหลายวันหม่อมฉันสั่งสอน
แล้ว ตามที่พระองค์ทรงอนุญาต หาก
โทษจะพึงมีในข้อนั้น ขอได้โปรดทรง
อดโทษในข้อนั้นเถิด
เมื่อพระปชาบดีโคตมีเถรีได้ทูลลา
พระผู้มีภาคแล้ว ก็ถวายบังคมลุกจาก
ที่นั้นไป พระศาสดาพร้อมด้วยพุทธบริษัท
ได้เสด็จส่งพระมาตุจฉาเจ้าจนถึงซุ้ม
ประตู ครั้งนั้นพระปชาบดีโคตมีเถรีได้
หมอบกราบลงแทบพระยุคลบาทพระ
ศาสดาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการถวาย
คารวะด้วยความขาบซึ้งในพระมหา
กรุณาธิคุณ ที่ทรงพระกรุณาเสด็จออก
มาส่ง พร้อมกับกราบทูลว่า “พระเจ้าข้า
นี้เป็นการถวายบังคมพระยุคลบาทครั้ง
สุดท้ายของหม่อมฉันปชาบดีโคตมี ฯลฯ
วันนี้หม่อมฉันจะดับขันธนิพพาน”
ครั้นพระนางโคตมีเถรีไปถึงสำนัก
แล้ว ได้ให้โอวาทแก่อุบาสิกาทั้งหลาย
เสร็จแล้วก็เข้าสมาบัติ ครั้นออกจาก
จตุตถฌานแล้วก็นิพพาน เหมือนเปลว
ประทีปที่หมดเชื้อเพลิงดับไปฉะนั้น
พระศาสดาได้ทรงพระกรุณา
เสด็จมาเป็นประธาน จัดงานประ
ทานเพลิงศพพระปชาบดีโคตมีเถรี
และโปรดให้เก็บอัฐิธาตุมาบรรจุ
ไว้ยังสถูปเป็นอวสาน
๒๔
Kalyanamitra.org