ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะต้องตากแดด และถูกทำโทษจาก
ระเบียบวินัยของทหารอย่างเคร่งครัด
เมื่อเข้ามาอยู่วัด ข้าพเจ้าได้พบกับสภาพ
ที่อัดอั้นหัวใจ เพราะต้องอยู่กลดที่อยู่
กลางนาโล่ง อากาศค่อนข้างร้อน คืน
แรกที่ข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตในกลด ดูเหมือน
ว่า ข้าพเจ้าจะหลับตาลงได้เมื่อเลยเที่ยง
คืน ข้าพเจ้าเคยใช้ชีวิตมาอย่างอิสระ
บัดนี้ข้าพเจ้าถูกพระพี่เลี้ยง พี่เลี้ยง จำกัด
เสรีภาพของข้าพเจ้ามากมายเหลือเกิน
ข้าพเจ้าต้องโกนหัว ผมที่เคยไว้จนประบ่า
บัดนี้ตัดสั้นเกรียน ข้าวที่รับประทาน
วันละหลายเวลาตามอัธยาศัย และเลือก
เองได้ตามใจชอบ เหลือเพียงวันละ 6
มื้อ คือ เช้าและเพลตามอัตภาพ การ
รับประทานอาหาร ทุกคนต้องอยู่ใน
อาการสำรวม ธรรมทายาททั้งหมด
ประมาณ ๔๐๐ คน ถูกกล่อมเกลาและ
อบรมจิตใจเหมือนกันหมด ทุกคนจะต้อง
อยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ทุก
เช้าและเย็นเป็นเวลาสวดมนต์ทำวัตร
เวลาส่วนที่เหลือจากการพักผ่อนเป็น
เวลานั่งธรรมะ ตลอดระยะเวลาที่ข้าพเจ้า
เข้าอบรมธรรมทายาท ข้าพเจ้าได้รับการ
ฝึกฝนตนเอง การอยู่ร่วมกัน การปฏิบัติ
ตลอดเวลาที่โคมประทีป
ชีวิตของข้าพเจ้า
เกือบจะดับสนิทลง
ข้าพเจ้าไม่เคยได้รู้ถึง
รสพระธรรมที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เลย
นับเป็นบุญของข้าพเจ้า
ทีมี “ธรรมทายาท”
มาจุดแสงสว่างให้ข้าพเจ้า
ตื่นจากภวังค์อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อข้าพเจ้าได้
บรรพชา-อุปสมบท
ตามกฎระเบียบวินัย ข้าพเจ้าได้ย่าง ความปีติและโสมนัสทวีคูณ
ก้าวสู่ร่มเงาแห่งความสงบของธงชัย
ไม่สิ้นสุดเหมือนข้าพเจ้า
กาสาวพัสตร์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ที่ผ่านมา รวมเวลาที่อบรมการเป็นธรรม
ทายาทก่อน ๑ เดือนเต็ม ข้าพเจ้าพบ
กับความสุขของชีวิตที่แท้จริง เมื่อข้าพ
เจ้ามาใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ถือศีล
๔ ในการอบรมธรรมทายาท และ
ถือศีล ๒๒๗ ข้อ เมื่ออุปสมบท
ด้านการเจริญภาวนา จิตข้าพเจ้า
ที่ฟุ้งซ่านและมีแต่ความอยากได้
ไม่สิ้นสุด ถูกขัดเกลาให้ได้รู้จัก
กับตัวเองมากขึ้น ความเพลิดเพลิน
ที่ข้าพเจ้าเคยได้รับจากห้วงอบาย
มุขในทางโลก เป็นบทเรียนที่มีราคา
แพงที่สุดของข้าพเจ้า เพราะคำว่า
“ธรรมทายาท” นำข้าพเจ้าให้ขึ้น
จากหุบเหวแห่งอบายมุข ข้าพเจ้า
ตั้งมั่นที่จะประพฤติธรรมต่อไป
ตลอดเวลาที่โคมประทีปชีวิต
ตามโอกาสที่อำนวย
ของข้าพเจ้าเกือบจะดับสนิทลง
ข้าพเจ้าไม่เคยได้รู้ถึงรสพระธรรม
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัส
ไว้เลย นับเป็นบุญของข้าพเจ้าที่มี
“ธรรมทายาท” มาจุดแสงสว่างให้
ข้าพเจ้าตื่นจากภวังค์อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อข้าพเจ้าได้บรรพชา-อุปสมบท
ความปิติและโสมนัสทวีคูณไม่สิ้น
สุด เหมือนข้าพเจ้ากลับมีชีวิตใหม่
อีกครั้งหนึ่ง
“ธรรมทายาท” ผู้ชุบชีวิตของ
ข้าพเจ้า เป็นแบบอย่างที่ดีให้ข้าพเจ้า
ได้เดินตามถนนชีวิตที่ถูก คอยตักเตือน
และชี้แนวทางชีวิตให้ข้าพเจ้าจนกระทั่ง
ข้าพเจ้าได้มาอบรมธรรมทายาท กลับ
เป็นผู้ยึดถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็น
สรณะ และจะอุทิศความดีนี้ทั้งหม
ไว้เป็น “บรรณาการ” แต่ “ธรรม
ทายาท” ผู้องอาจ ผู้เป็นกัลยาณ
มิตร ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้แก่ข้าพเจ้า
คือ “คุณกิตติพงศ์ ตรังคธนสิน
ตราบนิรันดร
Kalyanamitra.org
๖๗