นางสิริมาและการบรรลุธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 59
หน้าที่ 59 / 116

สรุปเนื้อหา

ในเมืองราชคฤห์ มีรูปงามมาก ต่อมาได้ บรรลุโสดาปัตติผล เป็นอริยสาวิกา โสดาบัน เพราะฟังพระพุทธภาษิต “พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่ โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะ คนตระหนี่ด้วยการให้ และพึงชนะคนพูด เหลาะแหละด้วยคำจริง” ซึ่งพระศาสดาทรงแสดงที่บ้าน ของนางอุตตรา (เรื่องนี้มีพิสดารใน โกธวรรคซึ่งมีอยู่ข้างหน้า) เมื่อนางสิริมาได้บรรลุโสดาปัตติผล มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่าง ไม่คลอนแคลนแล้ว ได้นิมนต์ภิกษุสาวก ของพระพุทธเจ้าไปรับอาหารที่บ้าน ของตนวันละ 4 รูปทุกวัน อาหารใน เรือนของนางที่ถวายแก่ภิกษุรูปหนึ่ง ๆ ย่อมเพียงพอแก่ภิกษุ ๓ - ๔ รูป อาหารนั้น ประณีตมากจนเป็นที่เล่าลือ วันหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งฉันอาหาร ในเรือนของนางแล้วไปสู่วิหารแห่งหนึ่ง อันห่างออกไปประมาณ ๓ โยชน์ เมื่อ เพื่อนสหธัมมิก (ผู้ประพฤติพร

หัวข้อประเด็น

- นางสิริมาและการบรรลุธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

0 ทางแห่งความดี ร่างกายนี้ นางสิริมาเป็นหญิงนครโสเภณี ในเมืองราชคฤห์ มีรูปงามมาก ต่อมาได้ บรรลุโสดาปัตติผล เป็นอริยสาวิกา โสดาบัน เพราะฟังพระพุทธภาษิต “พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่ โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะ คนตระหนี่ด้วยการให้ และพึงชนะคนพูด เหลาะแหละด้วยคำจริง” ซึ่งพระศาสดาทรงแสดงที่บ้าน ของนางอุตตรา (เรื่องนี้มีพิสดารใน โกธวรรคซึ่งมีอยู่ข้างหน้า) เมื่อนางสิริมาได้บรรลุโสดาปัตติผล มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่าง ไม่คลอนแคลนแล้ว ได้นิมนต์ภิกษุสาวก ของพระพุทธเจ้าไปรับอาหารที่บ้าน ของตนวันละ 4 รูปทุกวัน อาหารใน เรือนของนางที่ถวายแก่ภิกษุรูปหนึ่ง ๆ ย่อมเพียงพอแก่ภิกษุ ๓ - ๔ รูป อาหารนั้น ประณีตมากจนเป็นที่เล่าลือ วันหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งฉันอาหาร ในเรือนของนางแล้วไปสู่วิหารแห่งหนึ่ง อันห่างออกไปประมาณ ๓ โยชน์ เมื่อ เพื่อนสหธัมมิก (ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ | ร่วมกัน) ถามถึงอาหาร ก็พรรณนาคุณ แห่งอาหารที่เรือนของนางสิริมาให้ฟัง ว่าประณีตและอร่อยเหลือเกิน ยิ่งกว่านั้น การได้เห็นนางสิริมาเป็นลาภอันประเสริฐ การได้เห็นนางดีกว่าได้รับไทยธรรมของ นางเสียอีก พระนางสวยเหลือเกิน หาคน เสมอเหมือนได้ยาก เพียงเท่านี้ ความเสน่หาได้เกิดขึ้น แก่ภิกษุผู้รับฟังนั้น ท่านได้บอกอายุ พรรษาของตนแก่ภิกษุผู้เล่า เมื่อทราบ ว่าวันพรุ่งนี้หากตนไปยังวิหารชื่อโน้นก็ จะเป็นพระสังฆเถระ (หัวหน้า) ไปรับ อาหารที่บ้านของนางสิริมา พระรูปนั้น ถือบาตรและจีวรรีบไปยังวิหารนั้น พอ รุ่งอรุณก็รีบไปยืนอยู่ในโรงภัตต์ รอภิกษุ อื่น ๆ อีก ๗ รูป บังเอิญในวันวาน เมื่อภิกษุผู้นำ ข่าวไปเล่าฉันเสร็จแล้วหลีกไปนั่นเอง นางสิริมาล้มป่วยลง เป็นไข้ ปวดศีรษะ มาก นางจึงเปลื้องอาภรณ์เข้านอนใน ห้อง แม้วันรุ่งขึ้น เมื่อภิกษุมารับอาหาร ตอนเช้า นางก็ยังมิได้สร่างไข้ เมื่อหญิง คนใช้บอกว่ามีพระมารับอาหาร นางจึง สั่งให้หญิงคนใช้ช่วยจัดแทน เมื่อหญิงคนใช้ถวายยาคูและของ ควรเคี้ยวอื่น ๆ แก่ภิกษุจนอิ่มแล้ว และ ถวายอาหารใส่บาตรไปจนพอแก่ความ ต้องการแล้ว ได้บอกให้นางสิริมาทราบ นางสิริมาขอร้องให้ช่วยพยุงนางไปไหว้ ภิกษุสงฆ์ นางไหว้ภิกษุเหล่านั้นทั้ง ๆ ที่ ศีรษะยังสั่นเทิ้มอยู่ด้วยพิษไข้ ภิกษุนั้นได้เห็นนางแล้วคิดว่า “เธอป่วยหนัก ปราศจากการตกแต่ง ประดับประดา ยังงามถึงปานนี้ หากไม่ ป่วย ตกแต่งประดับประดาด้วยอาภรณ์ อันมีค่า จักสวยงามปานใด ขณะนั้นกิเลส (กามราคะ) อันเธอ สั่งสมมาหลายแสนปีได้ฟูขึ้นแล้ว มีใจ จดจ่อแต่นางสิริมาเท่านั้น กลับถึงวิหาร Kalyanamitra.org ๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More